-

-

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น้องเหมียวน่ารัก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น้องเหมียวน่ารัก แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธ

การฝึกแมว กับการอยู่ร่วมกับคน



lovefriends2u.เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง
กับน้องเหมียวน่ารัก "การฝึกแมว กับการอยู่ร่วมกับคน" ด้วยนิสัยรักอิสระและทำการทุกอย่างตามใจตนเอง ทำให้หลายคนคิดว่าแมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่ฝึกไม่ได้ แ่ต่จริงๆ แล้วเราสามารถฝึกแมวได้เช่นเดียวกับสุนัข ซึ่งควรเริ่มฝึกแมวตั้งแต่เขายังเด็กอยู่




การฝึกแมว กับการอยู่ร่วมกับคน


การฝึกแมวนั้นมีหลักเช่นเดียวกับการฝึกสุนัข ซึ่งได้มาจากการศึกษาพฤติกรรมของสัตว์ที่เรียกว่า........การตอบสนองอย่างมีเงื่อนไข ตัวอย่างที่พบเห็นอยู่คือ "ทำดีมีรางวัล ทำผิดโดนลงทัณฑ์"


เมื่อสัตว์ทำถูกต้องตามความต้องการของคน จะได้รับรางวัลซึ่งอาจเป็นตั้งแต่คำชม สัมผัส เช่น การลูบหัวไปจนถึงการได้รับของกินเช่น ขนม อาหารเป็นต้น


เมื่อทำผิดคำสั่งอาจถูกดุโดยการใช้เสียงหนักแน่นต่างจากปกติ หรือกระตุกเชือกที่คล้องคออยู่ นอกจากนี้ยังอาจลงโทษโดยวิธีอื่นๆ เช่นการกักบริเวณ โดยใช้วิธีขังกรง การตีโดยใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ม้วนเป็นท่อนตีพอเป็นการเตือนที่บริเวณสะโพก เป็นต้น


การฝึกแมว ในหลักการนี้ผู้เป็นครูต้องมีความรู้เกี่ยวกับนิสัยและพฤติกรรมของแมวนักเรียนมาพอสมควร แมวเป็นสัตว์หน้าซื่อใจคด(หน้าไหว้หลังหลอก) มีทั้งเล่ห์เหลี่ยมและความไร้เดียงสาน่ารัก ซึ่งต้องขัดเกลาแมวไม่ซื่อสัตว์และรักเจ้านายอย่างจริงใจเหมือนกับสุนัข


การฝึกจึงต้องให้ความอดทนที่จะอบรมสั่งสอนด้วยความลำบากใจมากกว่าการเลี้ยงสุนัข
แต่ถึงกระนั้นแมวก็ยังเรียนรู้และสามารถฝึกให้ัมีระเบียบ ว่าง่ายและใช้ประโยชน์ได้เช่น การเข้าใจกริยาท่าทางของแมวที่แสดงให้คนรับรู้อารมณ์


เมื่อจะเล่นกับเขาควรดูท่าทางอารมณ์ก่อนว่าเขาขณะนั้นอารมณ์ดีพอที่จะเล่นด้วยหรือไม่ ถ้าแมวรู้สึกดีใจที่ได้พบเจ้าของเขาจะรีบวิ่งเข้ามาหาและใช้หางพันขาแสดงความยินดี หูตั้งตรง ตาขยายกลมโต หนวดกระดิก ถ้ามีการเย้าหยอกตอบกลับลูบหัวลูบตัวเขาเขาก็จะเลียมือตอบรับการรับรู้การสัมผัสแสดงความรักตอบ

แต่ถ้าเขาโกรธ หูแมวจะพับไปทางด้านข้าง หนวดจะเหยียดตรงไปข้าง หนวดจะเหยียดตรงไปข้างหน้า แกว่งหางไปมาและเตรียมขาตะปบพร้อมกับใช้เล็บแหลมคมข่วนเจ้าของ จึงควรระมัดระวังอย่าให้คนในบ้านเล่นกับแมวแรงๆ จนแมวรู้สึกเจ็บ เพราะจะถูกตอบโต้ทันทีทันควัน


เมื่อเห็นแมวมีอาการเงียบไม่เคลื่อนไหวก็อย่าวางใจว่าแมวไม่ทำร้าย ความจริงแล้วแมวสามารถซ่อนอารมณ์ไว้ในท่าทีเฉยเมยได้อย่างมิดชิด แต่อาการที่สังเกตง่ายมากคือ เมื่อมีขนตั้งชันแสดงว่าเขากลัวหรือโกรธและพร้อมที่ต่อสู้อย่างรุนแรง โดยลวงศัตรูให้ตายใจด้วยท่าทางเฉยๆ และน้ำนิ่งไหลลึก



lovelyfriends2u.เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง
กับน้องเหมียวน่ารัก "การฝึกแมว กับการอยู่ร่วมกับคน" ในขณะเดียวกันนั้นแมวก็เป็นสัตว์ที่มีอารมณ์ละเอียดอ่อนและรักเจ้าของ ด้วยความรักใคร่เขาก็จะรับรู้ความรักจากมือคนลูบโดยหลับตาพริ้มแสดงความสุขใจ บางทีก็ซุกหัวกับแก้มและซอกคอของคนซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แมวมีความสุขนั่นเอง


วันพฤหัสบดี

สิ่งที่ควรระวังกับการเลี้ยงแมว / 2




lovelyfriends2u.เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง
กับ น้องเหมียวน่ารัก "สิ่งที่ควรระวังกับการเลี้ยงแมว"/2 การ เลี้ยงแมวสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม สิ่งแรกคือ ความสะอาด ซึ่งความสะอาดนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้แมวหรือน้องเหมียวน่ารักทั้งหลายมีสุขภาพ ที่ดี สมบูรณ์แข็งแรง




สิ่งที่ควรระวังกับการเลี้ยงแมว /2


(ต่อจาก /1 )

3
.การทำความสะอาดตา ทำความสะอาดไม่ค่อยบ่อยมากนัก ส่วนใหญ่จะใช้ทำความสะอาดในกรณีที่มีปัญหากับตา เช่นมีขี้ตาเกรอะกรังหรือมีัสิ่งสกปรกเข้าตา ซึ่่งการทำความสะอาดตาเป็นการชะล้างสิ่งสกปรกออกไป ซึ่งจะช่วยให้ตามีสุขภาพดี

หลักการทำความสะอาดตา

  • หยดน้ำยาล้างตาลงบนลูกนัยน์ตา (อาจจะเอียงตาเล็กน้อย เพื่อให้น้ำยาล้างตาไหลให้ดีขึ้น) แล้วใช้สำลีซับรอบดวงตา
  • นอก จากทำความสะอาดตาแล้ว ผู้เลี้ยงต้องหมั่นตรวจดูตาของแมวที่ท่านเลี้ยงด้วยว่ามีความผิดปกติหรือไม่ เช่น มีขี้ตาเกรอะกรัง ก็ให้ปรึกษาสัตวแพทย์


4.การแปรงขน
เป็นการทำความสะอาดขนจะทำให้สุขภาพขนดี ขนไม่พันกันโดยเฉพาะในแมวพันธุ์ขนยาว

หลักในการแปรงขน

  • แปรง ขนตามแนวเส้นขนโดยแปรงเบาๆ ในขณะแปรงขนก็หมั่นสังเกตว่าขนและผิวหนังของแมวของท่านผิดปกติหรือเปล่า เช่น ขนร่วงหรือเปล่า ผิวหนังที่มีผื่นแดงหรือตุ่มหนองหรือไม่ ถ้าพบสิ่งผิดปกติก็ให้ปรึกษาสัตวแพย์


5.การทำความสะอาดฟัน
เป็นการทำให้ฟันสะอาดรวมทั้งให้สุขภาพเหงือกและปากของแมว มีสุขภาพที่ดี

หลักปฏิบัติในการทำความสะอาดฟัน

  • ใช้แปรงสีฟัน
  • ใน การแปรงให้แมวอยู่ท่าที่ท่านแปรงไ้ด้สะดวกนอกจากแปรงฟันแล้ว ท่านก็ควรที่จะตรวจดูสุขภาพเหงือกและฟันของสุนัขของท่านด้วยซึ่งถ้ามีสิ่ง ผิดปกติ เช่นมีหินปูน มีกลิ่นเหม็น ก็ให้รีบปรึกษาสัตวแพทย์


6.การตัดเล็บ
เป็นการทำให้เล็บมีความสะอาดไม่มีสิ่งแปลกไปติดตามเล็บ โดยปกติแมวจะมีการลับเล็บอยู่เป็นประจำ การตัดเล็บจึงไม่ค่อยเกิดขึ้น

หลักการตัดเล็บ
  • ใช้ ที่ตัดเล็บโดยการตัดให้ตัดเล็บบริเวณที่ไม่มีเส้นเลือดมาเลี้ยง เพื่อไม่ให้เกิดบาดแผล นอกจากนี้ตามซอกเล็บก็ควรทำความสะอาดด้วย ในขณะตัดเล็บหากเกิดบาดแผลก็ให้ทำการใส่ยาหรือปรึกษาสัตวแพทย์



lovelyfriends2u.เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง
กับน้องเหมียวน่ารัก "สิ่งที่ควรระวังกับการเลี้ยงแมว" หลักการปฏิบัติง่ายๆ ที่นำมาเสนอเพื่อนๆสำหรับคนรักแมวค่ะ คงจะเป็นประโยชน์ในการเลี้ยงดูและสามารถนำมาปฏิบัติกันได้จริงๆ นะคะ


สิ่งที่ควรระวังกับการเลี้ยงแมว /1


lovelyfriends2u.เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง กับ น้องเหมียวน่ารัก "สิ่งที่ควรระวังกับการเลี้ยงแมว" การเลี้ยงแมวสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม สิ่งแรกคือ ความสะอาด ซึ่งความสะอาดนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้แมวหรือน้องเหมียวน่ารักทั้งหลายมีสุขภาพที่ดี สมบูรณ์แข็งแรง




สิ่งที่ควรระวังกับการเลี้ยงแมว

เราต้องปฏิบัติและดูแลเอาใจใส่ในเรื่องต่อไปนี้
  1. ความสะอาดภายในตัวแมว
  2. ความสะอาดภายนอกตัวแมว

ความสะอาดภายนอกตัวแมวก็คือ การทำความสะอาดที่อยู่อาศัยตามที่ต่างๆ ของแมว กรงแมว รวมทั้งอุปกรณ์ของใช้เจ้าของเหมียวทั้งหลาย เช่น ถาดทรายแมว ต้องหมั่นตรวจสอบและเปลี่ยนทรายแมวเป็นระยะๆ ทำความสะอาดที่ใส่ทราย


ที่สำหรับใส่น้ำและอาหารต้องหมั่นทำความสะอาดประจำ
อย่าขี้เกียจเป็นอันขาด เพราะบรรดาคุณเชื้อโรคและความสกปรกทั้งหลายจะเข้ามายึดพื้นที่ในการทำมาหากินในทันที


มีหลักปฏิบัติกันอย่างง่ายๆ


1.การอาบน้ำ
โดยปกติทั่วไปของแมวจะเป็นสัตว์ที่รักความสะอาดตัวเองเป็นประจำอยู่แล้ว แต่หากเกิดสกปรกขึ้นมาขอแนะนำคะ ให้อาบน้ำจะดีกว่า เพราะการอาบน้ำทำความสะอาดขนและผิวหนังดีที่สุดจะทำให้แมวขาวสะอาดขึ้นมาทันตาและยังทำให้แมวมีสุขภาพที่ดีด้วย


หลักการอาบน้ำ

  • ก่อนอาบน้ำให้นำสำลีก้อนไม่ต้องใหญ่มากมาอุดหูให้แมว เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้าหูของแมว
  • ควรจะสระขนแมวด้วยแชมพูของแมวเท่านั้น
  • ระหว่างสระขนอยู่นั้นให้ทำการนวดผิวหนังของแมวควบคู่ไปด้วยอย่างเบาๆ และช้าๆ เพื่อเป็๋นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อของแมว
  • หลังจากอาบน้ำด้วยแชมพูแล้วควรล้างแชมพูออกใ้ห้หมด เช็ดตัดและขนแมวให้แห้งพร้อมกับแปรงให้เรียบร้อยไม่พันกัน โดยเฉพาะในแมวพันธุ์ขนยาวต้องดูแลเรื่องการแปรงขนเป็นพิเศษ
  • ควรอาบน้ำในช่วงที่มีแดดเพื่อให้การแห้งของขนและผิวหนังเป็นไปอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ทำให้แมวเป็นโรคได้
  • การอาบน้ำให้แมวควรกระทำประมาณ 2-3 อาทิตย์/ครั้ง การอาบน้ำน้อยหรือถี่เกิดไปก็ไม่ดีสำหรับแมว
  • หลังการอาบน้ำหากมีผื่นแดงหรือมีอาการผิดปกติขึ้นที่ผิวหนังให้ปรึกษาสัตวแพย์



2.การทำความสะอาดหู
เป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย เพราะถ้าละเลยสิ่งนี้จะทำให้สุขภาพหูของแมวไม่ดีได้

หลักในการทำความสะอาดหู

  • ใช้สำลีเช็ดบริเวณใบหูและใช้สำลีพันปลายไม้เช็ดในรูหู โดยการเช็ดให้เช็ดเลาๆ และขณะเช็ดอย่าให้แมวดิ้นเพราะจะทำให้เช็ดลำบาก (ในการเช็ดอาจใช้น้ำยาเช็ดหูร่วมด้วยก็ได้) หมั่นตรวจดูหูของสุนัขด้วยว่ามีความผิดปกติหรือไม่ เช่นมีกลิ่นเหม็นถ้ามีก็ให้รีบปรึกษาสัตวแพทย์




lovelyfriends2u.เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง
กับน้องเหมียวน่ารัก "สิ่งที่ควรระวังกับการเลี้ยงแมว" หลักการปฏิบัติง่ายๆ ที่นำมาเสนอเพื่อนๆสำหรับคนรักแมวค่ะ คงจะเป็นประโยชน์ในการเลี้ยงดูและสามารถนำมาปฏิบัติกันได้จริงๆ นะคะ


วันศุกร์

แมวร้ายให้โทษ



lovelyfriends2u.เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง
กับน้องเหมียวน่ารัก "แมวร้ายให้โทษ" มีแมวที่มีลักษณะดีไปแล้ว ก็มาดูว่าแมวร้ายให้โทษ มีอะไรบ้างค่ะ




แมวร้ายให้โทษ

สำหรับแมวร้ายให้โทษนั้นมีอยู่ 10 ชนิด คือ


1. แมวชื่อ "กอบเพลิง "เป็นแมวที่มักจะนอนซุ่มซ่อนอยู่ในยุ้งข้าว คอยซ่อนหลบกาย พอเห็นคนเดินมาก็รีบวิ่งหนี


2. แมวชื่อ "พรรณพยัคฆ์" หรือ "ลายเสือ" มีลายเหมือนเสือ ขนเหมือนชุบด้วยเกลือกับแกลบ ขนสีดำเหลือง หูสีคล้ำ เสียงเหมือนผีโป่งร้องเรียกกันในป่า ตาสีแดงเจือสีเปือกตม


3. แมวชื่อ "ปีศาจ" เป็นแมวที่ออกลูกแล้วกินลูกหมด ขนสาก ตัวผอม หนังยาน หางขดเหมือนงูดิน ขนไม่เรียบร้อย ขนขยายแยก


4. แมวชื่อ "หิณโทษ" เป็นแมวที่ลูกมักตายในท้อง (คลอดลูกตายตั้งแต่อยู่ในท้อง) ธรรมชาติของร่างกายแมวนั้นก็เกิดโทษอยู่แล้ว มักจะนำภัยพิบัติมาสู่เคหสถาน


5. แมวชื่อ "ทุพลเพศ" ลำตัวสีขาว แต่ดวงตาสีแดงดังเลือด ชอบขโมยปลากินทุกคืน


6. แมวชื่อ "เหน็บเสนียด" รูปร่างเหมือนค่าง หางงอไม่เหยียดออกไป ชอบเอาหางขดซ่อนไว้ใต้ก้นเสมอ รูปร่างพิกลพิการผิดธรรมดา


7. แมวชื่อ "ทุพพล" ร่างกายไม่สมประกอบ ขี้โรค อวัยวะส่วนหนึ่งส่วนใดพิการหรือไม่ปกติ


8. แมวชื่อ "คดลักษณ์" งามพร้อมทั่วร่าง แต่หางขอดงอราวกับเบ็ด ก็เปรียบเหมือนเพชรพลอยที่ร้าวหรือแตกแล้ว อย่านำมาเลี้ยง ถ้าเลี้ยงอยู่จงรีบปล่อยไป


9. แมวชื่อ "เพลิงกาฬ" มีรอยด่างเป็นสีแดง แมวนั้นเป็นแมวร้ายให้โทษยิ่ง


10. แมวชื่อ "ดอกกาลี" ปลายหางเป็นดอกเป็นดวง แมวนั้นท่านว่าเป็นแมวกาลีให้โทษ


  • ความเชื่อของคนไทยถือว่า ใครฆ่าแมวตาย 1 ตัวเท่ากับทำบาปด้วยการฆ่าเณรตาย 1 รูป
  • การเลี้ยงแมวไว้ในบ้านความน่ารักของมันได้ช่วยผ่อนคลายทางอารมณ์ จิตแพทย์สนับสนุนว่า ทำให้ผู้เลี้ยงมีอายุยืนยาว เพราะแมวมีสัญชาติญาณในการใช้สื่อพิเศษช่วยรักษาระบบสุขภาพด้วยความรักและความอบอุ่น


lovelyfriends2u.เำพื่อนรักสัตว์เลี้ยง
กับน้องเหมียวน่าัรัก "แมวร้ายให้โทษ" ให้เพื่อนๆรู้ไว้นะค่ะว่ามีชนิดไหนบ้าง ในขณะเดียวกันธรรมชาติของแมวยังช่วยปกป้องเจ้าของมิให้รู้สึกกลัวและเงียบเหงา รวมทั้งสามารถพยากรณ์เหตุการณ์ในอนาคตได้อย่างมหัศจรรย์ยิ่ง

แมวไทย 17 สายพันธุ์ เลี้ยงแบบไหนได้คุณ /2



lovelyfriens2u.เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง
กับน้องเหมียวน่ารัก "แมวไทย 17 สายพันธุ์ เลี้ยงแบบไหนได้คุณ /2" คนไทยสมัยโบราณจะหาแมวมาเลี้ยงต้องเลือกแมวดี มีลักษณะดีถูกต้องตามตำราที่นักปราชญ์สมัยโบราณได้กำหนดไว้ว่า แมวให้คุณ เท่าที่ตั้งชื่อไว้มี 17 ชื่อ บางชนิดไม่เคยมีใครพบได้เห็นเลย



แมวไทย 17 สายพันธุ์ เลี้ยงแบบไหนได้คุณ /2
(ต่อ)

10. แมวชื่อ "มุลิลา" เป็นแมวสีดำ 2 หูมีสีขาว ตาสีเหลืองราวดอกเบญจมาศ บางแห่งเรียกชื่อว่า มลิลา แมวนี้ "หนึ่งต่างสองหูโดยหมาย ตำราท่านทายว่า ควรเลี้ยงแต่พระสงฆ์ เล่าเรียนสิ่งใดมั่นคง มิได้ลืมหลง สำเร็จดังความปรารถนา" ให้ใช้ภาชนะสีแสดใส่ข้าวและน้ำให้กิน หรือใ้ช้ผ้าสีเหลืองปูให้นอนจะให้คุณ


11. แมวชื่อ "กรอบแว่น" หรือ "อานม้า" เป็นแมวสีขาว แต่มีขนดำตรงกลางหลังประหนึ่งว่าอานม้า และที่รอบดวงตาทั้งสองข้างมีขนสีดำประหนึ่งกรอบแว่นตา ให้ใช้ภาชนะสีแดงสดใส่ข้าวและน้ำให้กินหรือใช้ผ้าแดงสดปูให้นอนตลอดไปจะให้คุณ


12. แมวชื่อ "ปัดเศวต" หรือ "ปัดตลอด" เป็นแมวสีดำ ตั้งแต่ปลายจมูกมาจรดปลายทาง มีริ้วขาว (ปัดตลอด คือแมวหรือสัตว์เลี้ยงอย่างอื่น มีร่องขาวหรือดำตั้งแต่หัวตลอดหาง) ตาเป็นประกายเหมือนพลอยสีเหลือง วิธีเลี้ยงให้มีคุณคือใช้ภาชนะสีแดงใส่ข้าวและน้ำให้กิน หรือใช้ผ้าสำลีสีแสดปูให้นอนตลอดไป


13. แมวชื่อ "กระจอก" เป็นแมวตัวกลม สีพื้นทั่วตัวเป็นสีดำ มีลายขาวเหมือนเมฆที่รอบปาก ตาสีเหลือง วิธีเลี้ยงให้่คุณคือใช้ภาชนะสีขาวขุ่นใส่ข้าวและน้ำให้กิน หรือใช้ผ้าสีขาวหม่นปูให้นอน


14. แมวชื่อ "สิงหเสพย์" เป็นแมวสีดำ ริมฝีปาก จมูก รอบคอสีขาว ตาเป็นประกายสีเหลือง วิธีเลี้ยงให้มีคุณคือใช้ภาชนะสีเขียวใส่ข้าวและน้ำให้กิน หรือใช้ผ้าสีเขียวปูให้นอนเป็นประจำ


15. แมวชื่อ "การเวก" มีสีดำเป็นมันล้วนทั่วตัว สันจมูกสีขาวราวเขียนไว้ ตาเป็นประกายสีเหลืองทอง วิธีเลี้ยงให้มีคุณคือใช้ภาชนะสีฟ้าใส่ข้าวและน้ำให้กิน หรือใช้ผ้าสีฟ้าปูให้นอนเป็นประจำ


16. แมวชื่อ "จตุบท" เป็นแมวสีดำ เท้าทั้งสองมีสีขาว ตาสีเหลืองเหมือนดอกโสน ผู้ถือกำเนิดมาในตระกูลฝ่ายพระราชินีเท่านั้น จึงสมควรเลี้ยงแมวลักษณะนี้ วิธีเลี้ยงให้มีคุณคือ ใช้ภาชนะสีเบญจพรรณใส่ข้าวและน้ำให้กิน หรือใช้ผ้าสีเบญจพรรณ (ผ้าหลายสี)ปูให้นอนเป็นประจำ


17. แมวชื่อ "โกญจนา" มีสีดำขนละเอียด ตาีสีดอกบวบแรกแย้ม ท่าทางเดินสง่าเหมือนสิงโต วิธีเลี้ยงให้คุณคือหาภาชนะสีเทาหรือสีไข่ไก่ใส่ข้าวและน้ำให้กิน หรือใช้ผ้าสีเดียวกันปูให้นอน


นอกจากนี้ มีแมวลักษณะดีอีก 3 ชนิด คือ

(1). สีตัวเป็นสีอะไรมิได้ระบุไว้ ไม่ได้ตั้งชื่อ แต่เป็นดวงเป็นด่างทั่วตัว มองดูสวยดี
(2).สีตัวเป็นสีอะไรมิได้ระบุไว้ ไม่ได้ตั้งชื่อ ปากและจมูกแด่น
(3).สีตัวเป็นสีอะไรมิได้ระบุไว้ ไม่ได้ตั้งชื่อ แมวนี้มีลักษณะด่างร่องมด (ร่องมด คือ ขีดสีขาวหรือสีดำยาวตามทั้งตัวนับตั้งแต่คางไปจนถึงก้น)

lovelyfriends2u.เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง
กับน้องเหมียวน่ารัก " แมวไทย 17 สายพันธุ์ เลี้ยงแบบไหนได้คุณ /2 " แมวลักษณะดีต่างๆ ดังกล่าวมาแล้วนี้ ควรหามาเลี้ยงไว้เท่าที่หามาได้ เมื่อแมวนั้นตายไปอย่าทิ้งไป จงฝังไว้แรมปี แล้วขุดเอากระดูกมาใส่หม้อเก็บไว้ให้ดี จะให้คุณแก่เจ้าของเหมือนกับแมวที่ยังมีชีวิตอยู่ อนึ่ง เมื่อแมวนั้นยังมีชีวิตอยู่ จงเลี้ยงให้ดีอย่าได้มีความรังเกียจแต่อย่างใด อย่าทุบตี จงรักและทะนุถนอมไว้ให้มาก ให้ข้าวน้ำผักปลาอาหารการกินอย่างบริบูรณ์ แมวนั้นจะให้คุณอเนกนันต์


วันพฤหัสบดี

แมวไทย 17 สายพันธุ์ เลี้ยงแบบไหนได้คุณ /1


lovelyfriends2u.เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง ก้ับน้องเหมียวน่ารัก "แมวไทย 17 สายพันธุ์ เลี้ยงแบบไหนได้คุณ /1" คนไทยสมัยโบราณจะหาแมวมาเลี้ยงต้องเลือกแมวดี มีลักษณะดีถูกต้องตามตำราที่นักปราชญ์สมัยโบราณได้กำหนดไว้ว่า แมวให้คุณ เท่าที่ตั้งชื่อไว้มี 17 ชื่อ บางชนิดไม่เคยมีใครพบได้เห็นเลย


แมวไทย 17 สายพันธุ์ เลี้ยงแบไหนได้คุณ
น่าสังเกตว่า ชาวตะวันตกไม่เคยพูดถึงแมวไทยสีดำเลย แต่คนไทยสมัยโบราณจะหาแมวมาเลี้ยงต้องเลือกแมวดี มีลัีกษณะดีถูกต้องตามตำราที่นักปราชญ์สมัยโบราณได้กำหนดไว้ว่า แมวให้คุณ เท่าที่ตั้งชื่อไว้ที่มี 17 ชื่อ กล่าวกันว่า ฤาษี 2 ตน ชื่อ ฤาษีโคดม และ ฤาษีกาลิงคะ เป็นผู้สร้างแมวขึ้นมา บางชนิดไม่เคยมีใครได้พบได้เห็นเลย ดังต่อไปนี้ค่ะ


1.แมวชื่อ "รัตนกัมพล" สีพื้นทั่วตัวเป็นสีขาวเหมือนหอยสังข์ มีสีำดำรอบตัวตรงบริเวณอกและหลัง ลักษณะคล้ายสายคาดสีดำ ตาสีเหลืองเป็นประกาย วิธีเลี้ยงให้มีคุณ ให้ใช้ภาชนะสีดอกตะแบกใส่ข้าวและน้ำให้กิน หรือใช้ผ้าสีดอกตะแบกปูให้นอนเป็นประจำ


2.แมวชื่อ "วิเชียรมาศ" เป็นแมวสีขาว หาง ปาก (ปากบนสีดำ) เท้าทั้งสี่ หูทั้งสอง รวม 8 แห่ง มีสีดำ (เข้าใจว่ามีสีเข้ม) ตามีประกายสดใสเหมือนเพชรพลอย เสียงไพเราะมาก ชาวบ้านเรียกแมวลักษณะนี้ว่า "แก้ว" วิธีเลี้ยงให้มีคุณ ให้ใช้ภาชนะสีเหลืองอ่อนใส่ข้างและน้ำให้กิน หรือใช้ผ้าสีเดียวกับผ้าปูที่นอน


3.แมวชื่อ "ศุภลักษณ์" หรือ "ทองแดง" มีสีกายเป็นสีทองแดงล้วน เล็บ ลิ้น และฟ้ันเป็นสีแดงเหมือนแกล้งย้อมสีไว้ ตาเป็นประกาย ให้ใช้ภาชนะสีเขียวใส่ข้าวและน้ำให้กิน ใช้ผ้าสีเขียวปูให้นอนเป็นประจำจะให้คุณ


4. แมวชื่อ "เก้าแต้ม" สีพื้นทั่วตัวเป็นสีขาว มีแต้มสีดำ รวม 9 แต้ม คือที่ คอ หัว ต้นขาหลังทั้งสอง ไหล่ทั้งสอง ปลายเท้าหน้าทั้งสอง และที่ท้ายตัว คือมีรอยดำ 9 แห่ง คล้ายม้าเทศ ส่วนการเลี้ยงให้คุณนั้นให้ใช้ภาชนะสีชมพูใส่ข้าวและน้ำให้กิน ใช้ผ้าสีชมพูปูให้นอนเป็นประจำ


5. แมวชื่อ "มาเลศ" หรือ "ดอกเลา" มีขนสีดอกเลา คือ มีสีขาวแซมดำทั่วทั้งตัว เปรียบเหมือนกับเมฆสีเทายามฟ้าพยับฝน โคนขนสีมัว ปลายขนสีขาว ตาหยาดเยิ้มประหนึ่งน้ำค้างย้อยต้องกลีบบัว ตาสีแดงอย่างสีบัวสัตตบงกช สำหรับการเลี้ยงแมวให้มีคุณ คือ ใช้ภาชนะสีขาวมันใส่ข้าวและน้ำให้กิน หรือผ้าสีขาวมันปูให้นอนประจำ


6. แมวชื่อ "แซมเศวต" มีขนสีดำแซมขาว ขนบางสั้น รูปร่างเพรียว ตาดั่งแสงหิ่งห้อย แมวนี้สีตัวเป็นสีลายเหมือนนกปรอด ขนเป็นเงางาม วิธีเลี้ยงให้มีคุณคือหาภาชนะสีแดงใส่ข้าวและน้ำให้กิน หรือใช้ผ้าสีแดงคล้ำปูให้นอนเป็นประจำ


7. แมวชื่อ "นิลรัตน์" มีขนสีดำสนิทรวมทั้งฟัน นัยน์ตา เล็บ ลิ้น ก็มีสีดำด้วย หางยาวตวัดได้ถึงหัว การเลี้ยงให้มีคุณนั้นให้ใช้ภาชนะสีม่วงใส่ข้าวและให้น้ำกิน หรือใช้ผ้าสีม่วงปูให้นอนเป็นประจำ


8. แมวชื่อ"วิลาศ" สีตัวเป็นสีดำ ตรงราวคอลงมาถึงใต้ท้องและ 2 หู รวมทั้งหางและขาทั้งสี่ มีสีขาวเหมือนดอกฝ้าย เท้ามีสีขาว สองตาเป็นสีเขียว วิธีเลี้ยงใ้ห้มีคุณนั้นให้ใช้ภาชนะสีดำใส่ข้าวและน้ำให้กิน หรือใช้ผ้าสีดำมันเลี่ยนปูให้นอน


9. แมวชื่อ "นิลจักร" เป็นแมวสีดำสนิท แต่ที่รอบคอมีขนสีขาวอยู่โดยรอบราวกับสวมปลอกคอสีขาว เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า มงคล ให้ใ้่ช้ภาชนะสีขาวมันใส่ข้าวและน้ำให้กิน หรือใช้ผ้าสีขาวมันปูให้นอนเป็นประจำตลอดไปจะให้คุณ




lovelyfriends2u.เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง
ของน้องเหมียวน่ารัก "แมวไทย 17 สายพันธุ์ เลี้ยงแบบไหนได้คุณ /1" เพื่อนๆ คงจะได้รู้เกี่ยวกับภาชนะกับผ้าปูนอนของแมวแต่ละแบบนะค่ะ และหาให้ตรงกับประเภทแมวนะค่ะ

**มีต่อภาค 2 นะค่ะ


วันอังคาร

แมวที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือแมวไทย




lovelyfriends.เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง
กับน้องเหมียวน่าัรัก "แมวที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือแมวไทย" ในต่างประเทศจะนิยมเลี้ยงแมวไทยมากเลยค่ะ จากความน่ารัก ฉลาดหลักแหลม




แมวไทยที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือแมวไทย


เพราะมีลักษณะที่สำคัญที่คนทั่วไปโปรดปรานเป็นพิเศษคือสุภาพเรียบร้อยงดงาม ฉลาดหลักแหลม และซุกซนแบบน่ารัก เป็นเรื่องที่น่าแปลกมากที่มิสเตอร์ริปเลย์ ผู้ที่มีชื่อเสียงในการเขียนหนังสือเรื่อง "เชื่อหรือไม่" (Believe it or Not) จนกลายเป็นเศรษฐี ได้เขียนภาพแมวไทยไว้พร้อมคำอธิบายประกอบว่า "แมวไทยคือแมวที่คนไทยไม่รู้จักและไม่มีในเมืองไทย"


ความจริงน้อยคนนัก ที่จะรู้จักลักษณะรูปร่างแมวไทยพันธุ์แท้ไม่ใช่แมวไทยทั่วไป ที่ปรากฎอยู่ทั่วไปในประเทศไทยปัจจุับันนี้ เดิมทีเป็นสัตว์เลี้ยงของข้าราชการบริพารภายในราชสำนักและเป็นสัตว์เลี้ยงของชาวเมืองอยุธยาในสมัยโบราณ

นับตั้งแต่สมัยอยุธยาได้เริ่มก่อตั้งเป้นราชธานีจนถึงยุคกรุงแตกถูกกองทัพพม่าบดขยี้ทำลายบ้านเมืองจนพินาศในตอนพม่ายกทัพกลับ พม่าได้นำแมวไทยไปด้วย ต่อมาจึงกลายเป็นแมวขนสั้น เป็นแมวพันธุ์ขนสั้นที่ต่างประเทศรู้จักกันดีอีกพันธุ์หนึ่งว่า "แมวขนสั้นพันธุ์พม่า"

ในสมัยก่อนไม่มีการซื้อขายแมว เพียงแต่ถือเป็นของขวัญมอบให้แก่ราชการขุนนาง หรือข้าราชการบริพารชั้นสูงเท่านั้น

แมวไทยได้ถูกนำไปเผยแพร่ในยุโรปรุ่นแรกเมื่อปี พ.ศ.2427 เป็นแมวตัวผู้และตัวเมียคู่หนึ่ง ผู้นำไปคือ โอเวน กูลด์ (Owen Gould) กงสุลอังกฤษประจำกรุงเทพฯ ซึ่งได้นำไปเป็นของขวัญมอบให้แก่น้องสาวท่านที่อังกฤษ

ต่อมาแมวคู่นี้ได้มีโอกาสนำไปแสดงโชว์ในปี พ.ศ.2428 แล้วต่อมาก็มีแมวไทยอีกคู่หนึ่งถูกส่งไปอังกฤษ และถูกส่งไปอเมริกาในปีพ.ศ 2433 ต่อมาในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ได้มีการนำแมวไทยไปแสดงเกือบ 12 คู่ ในงานนิทรรศการประจำปีที่ Crystal Palace Cat Show แมวไทยรุ่นแรกมักจะสั่งโดยตรงจากประเทศไทย

ลักษณะแมวไทยในสมัยนั้นแตกต่างจากแมวไทยในอังกฤษสมัยนี้มากคือ หัวกลม ลำตัวหนัก ขนมันดำเข้มกว่า หางยาวและม้วนคล้ายเกลียวสว่าน แมวไทยรุ่นแรกจะมีสุขภาพดีและงดงาม แต่เนื่องจากไม่ชินกับสภาพอากาศหนาวและชื้น

ดังนั้น ลูกแมวไทยที่ส่งไปอังกฤษรุ่นแรกมักจะตายง่าย แต่ปัจจุบันนี้แมวไทยผสมพันธุ์แข็งแรงขึ้นมาก ได้พัฒนาการปรับตัวจนมีขนหนาเพื่อป้องกันความหนาว แม้แต่ในปัจจุบันนี้พันธุ์แมวไทยในอังกฤษยังชอบอากาศร้อน และนอนหลับอย่างมีความสุขในที่มีอากาศอบอุ่นค่อนข้างร้อน

ชาวต่างประเทศมักจะเรียกชื่อแมวไทยอย่างเป็นทางการว่า "Royal Cat of Siam" หรือเรียกสั้นๆ ว่า "Siamese Cat" ในประเทศตะวันตกมีแมวพันธุ์ไทยแท้ไม่กี่พันธุ์นัก

แมวไทยเป็นแมวพันธุ์แท้ตลอดกาล เพราะชาวตะวันตกไม่ยอมให้แมวไทยผสมกับแมวพันธุ์อื่นเลย


ห้องสมุดทั่วๆ ไป ในประเทศต่างๆ ทางตะวันตก เต็มไปด้วยหนังสือเรื่อง "แมวไทย" ซึ่งเป็นเจ้าของแมวไทยทั้งหลายได้เขียนขึ้นด้วยความนิยมชมชอบแมวไทยเป็นพิเศษ หนังสือเหล่านั้นให้ความรู้ไว้ว่า "แมวไทย" เป็นแมวที่มี 4 ชนิด คือ

1.ซีลพอยนท์ มีสีพื้นทั่วตัวเป็นสีครีม หน้า หู เท้า ขา หาง เป็นสีน้ำตาล (อย่างสีกวาง)

2.บลูพอยนท์ สีพื้นทั่วไปเป็นสีขาวบริสุทธิ์ หน้า หู เท้า ขา หาง เป็นสีเทา

3.ช็อกโกแลตพอยนท์ สีพื้นทั่วไปเป็นสีงาช้าง หน้า หู ขา เท้า หาง เป็นสีช็อกโกแลต

4.ฟรอสต์พอยนท์ สีพื้นเป็นสีอะไรไม่ได้ระุบุไว้แต่หน้า หู ขา เท้า หางเป็นสีเทาปนชมพู หรือสีเม็ดมะปรางอ่อน จมูกเป็นสีม่วงอ่อน ตาสีฟ้าสดใส





lovelyfriends2u.เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง
ของน้องเหมียวน่ารัก "แมวที่รับความนิยมสูงสุดคือแมวไทย" ในต่างประเทศนั้น แมวไทยเป็นที่โปรดปรานเป็นพิเศษจากความน่ารัก สุภาพและความฉลาดหลักแหลม


เรื่องของแมวไทย /2




lovelyfriends2u.เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง
เรื่องของน้องเหมียวน่ารัก "เรื่องของแมวไทย"/2 เพื่อนๆ มาดูพฤติกรรมแมวไทยกันต่อนะค่ะ นิสัยแมวไทยจะรักความอิสระ





เรื่องของแมวไทย /2

  • แมวไทยมีนิสัยรักความอิสระเสรีเช่นเดียวกับคนไทย มักจะไม่พึ่งพาเจ้าของ เพราะแมวชอบออกไปกินเองที่นอกบ้าน หรือออกไปทำสิ่งที่อยากทำได้โดยเสรี แมวจะแสดงความรักเจ้าของเพียงบางครั้งเท่านั้น บางครั้งเจ้าของเรียกแมวแต่แมวทำเฉยไม่ยอมมาหา

ยิ่งกว่านั้นบ่อยครั้งที่เจ้าของกำลังอุ้มมาชื่นชม แต่แมวกลับยกเท้าขึ้นตบหน้าเจ้าของหรือข่วนให้อย่างเต็มรัก ถ้าในขณะอารมณ์ดีแมวจะมาประจบซุกอยู่ในตักโดยไม่ต้องเชื้อเชิญ และทำเสียงครางกระหึ่มอยู่ในลำคอแสดงความพึงพอใจ แต่แล้วไม่นานก็ลุกพรวดพราดหรือกระโดดหนีไปเฉยๆ


แมวจึงเป็นเจ้าของคนมากกว่าคนเป็นเจ้าของแมว ถ้าแมวพอใจจะยกหางสูง เวลากลัวจะเอาหางซ่อนไว้ใต้ตัว เวลาแมว ถ้าแมวพอใจจะยกหางสูง เวลากลัวจะเอาหางซ่อนไว้ใต้ตัว เวลาแมวโกรธหรือแสดงความรำคาญเต็มที่ จะกระดิกหางหรือแกว่งหางไปมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับส่งเสียงร้องคร่ำครวญด้วยความไม่สบายใจ


คนที่ถือโชคลางเชื่อว่าแมวเป็นสัตว์ลึกลับ
เพราะตาแมวมีประกายส่องไปในที่มืดแลเห็นแสงได้ถนัดอย่างน่ามหัศจรรย์


ฝีเท้าของแมวก็เบามากเพราะเดินด้วยเล็บเท้ามิใช่ฝ่าเท้
า เวลาที่นั่งอยู่แมวจะเพ่ิงดูอะไรอย่างหนึ่ง ซึ่งนัยน์ตาของคนเรามองไม่เห็น แล้วก็ลุกขึ้นไปอย่างกระทันหันเหมือนมีอำนาจลึกลับมาร้องเรียก จึงดูประหนึ่งว่าแมวสามารถติดต่อกับสิ่งลึกลับเหนืออำนาจมนุษย์ได้

นอกจากนี้ แมวยังมีนิสัยชอบโอ้อวด เมื่อแมวออกไปตระเวนหาประสบการณ์ ถ้าบังเอิญไปจับนกหรือหนูมาได้ แมวจะคาบเหยื่อวิ่งมาอวดเจ้าของให้รับรู้ในความสามารถของมันโดยจะส่งเสียงร้องเหมียวๆ จนเจ้าของแลเห็นและแสดงความชื่นชมในฝีมือของมัน แล้วแมวก็จะสบายใจวางเหยื่อลงหรือหยอกเล่น แมวไทยมีนิสัยดี มักไม่กินสิ่งที่จับมาได้ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร


ความฉลาดรอบคอบและเตรียมพร้อมของแมวไทยจะเห็นได้จากแมวตัวเมีย
เมื่อตั้งท้อง มันจะหาที่คลอดเตรียมไว้เพื่อเลี้ยงลูกในที่ปลอดภัยที่สุด และมักไม่พอใจสถานที่ซึ่งเจ้าของจัดเตรียมให้ แมวไทยชอบคลอดลูกบนที่สูง เช่นบนหลังคา ถ้าหากมีช่องโหว่ให้เข้าไปในเพดานได้ หลังชั้นหนังสือ หลังตู้เป็นต้น แมวอาจฉีกเสื้อผ้ากระดาษ หรือของที่มันหามาได้ ปูรองพื้นให้ลูกของมันอยู่อย่างสบาย

นักสัตวศาสตร์กล่าวว่า แมวเป็นสัตว์ที่แฝงไว้ด้วยความสุภาพอ่อนโยน เป็นสัตว์เลี้ยงภายในบ้านที่น่ารักและแฝงไว้ด้วยความดุร้ายเหมือนกับเป็นญาติกับสิงโตและเืสือในป่าอีกด้วย


อาจเป็นเพราะแมวเคยเป็นสัตว์ป่ามาก่อน จึงมักชอบประลองเล็บไม่เลือกที่
ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้รับแขกตัวงาม โต๊ะกินข้าวตัวใหม่ หรือเก้าอี้นวมสวยๆ ก็ไม่ได้รับการยกเว้น วิธีแก้ไขก็คือต้องหาท่อนไม้หยาบๆ ไว้ให้แมวได้ลับคมเล็บของมันเล่นบ้างตามสัญชาตญาณของมัน



lovelyfriends2u.เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง
น้องเหมียวน่ารัก "เรื่องของแมวไทย/2" เพื่อนๆ เห็นความน่ารักและพฤติกรรมของน้องเหมียวน่ารักยังค่ะ เห็นแล้วก็คงต้องหาแมวมาเลี้ยงซักตัว


เรื่องของแมวไทย /1



lovelyfriends2u.เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง
เรื่องของน้องเหมียวน่ารัก "เรื่องของแมวไทย" แมวเป็นสัตว์มหัศจรรย์มีพลังลึกลับมากกว่าสัตว์ทั่วๆ ไป ค่ะ






เรื่องของแมวไทย

แมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่น่ารัก สนิทสนมคุ้นเคยกับคนมามาก ครอบครัวไทยๆ เรา และหลายๆ ครอบครัวมักชอบเลี้ยงแมวไว้เป็นเพื่อนเล่น แมวนอกจากเป็นสัตว์เลี้ยงที่น่ารักเป็นเพื่อนเล่นกับคนแล้ว

แมวยังเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีประโยชน์ในสายตาของคนไทยเราทั่วๆ ไป คือการจับหนู แมลงบางชนิด ตลอดจนสัตว์เลื้อยคลาน จิ้งจก ตุ๊กแก ช่วยทำให้บ้านที่อยู่อาศัยปราศจากสัตว์อันเป็นพาหะนำโรคเหล่านี้
  • แมว นอกจากจะเป็นสัตว์ที่น่ารักแล้ว แมวยังเป็นสัตว์มหัศจรรย์มีพลังลึกลับมากกว่าสัตว์ทั่วๆ ไป แมวหลายตัวในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มีญาณพิเศษแจ้งถึงอันตรายที่จะเกิดแก่เจ้าของมันได้ เมื่อสงครามเลิกแล้วถึงกับทำอนุสรณ์ไว้ให้มัน มีแมวหลายตัว ที่ช่วยรักษาคนที่ป่วยด้วยโรคจิตให้หายได้อย่างประหลาด
  • แมวหลายๆ ตัวในดินแดนที่มีภูเขาไฟคุกรุ่นอยู่สามารถแสดงหรือบอกเหตุถึงภัยพิบัติที่จะเกิดจากภูเขาไฟระเบิดได้ล่วงเวลาตั้งหลายวัน มนุษย์และสัตว์อื่นๆ เป็นจำนวนมากที่รอดพ้นจากอันตรายจากการบาดเจ็บและเสียชีวิตโดยการแจ้งเหตุของแมว ซึ่งมีประสาทสัมผัสพิเศษรับรู้อันตรายที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้า แมวจึงเป็นสัตว์ที่น่าศึกษาในพฤติกรรมต่างๆ ของมัน
  • นับเป็นเวลาหลายพันปีมาแล้วที่มนุษย์รู้จักพัฒนา นำแมวป่ามาเลี้ยงจนกลายเป็นสัตว์เลี้ยงประจำบ้านที่มีคุณค่า จากการค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ทำให้เราทราบว่า ชาวอียิปต์โบราณเคยใช้แมวเฝ้ายุ้งข้าว เพื่อคอยปราบหนูที่มารบกวนมานานกว่า 2 พันปี ก่อนคริสต์กาล
  • ต่อมาแมวไ้ด้รับการยกย่องเคารพบูชาเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์แทนเทพีไอซีสและพระจันทร์ โดยจัดพิธีเคารพบูชาอย่างเกริกเกียรติ เป็นประเพณีมาจนกระทั่งบัดนี้ ไม่เพียงแต่เป็นสัตว์เคลื่อนไหวไปมาอย่างคล่องแคล่วรวดเร็วหลังพระอาทิตย์ตกดินเท่านั้น ลูกตาของมันยังสามารถขยายตัวและหดตัวได้ ชาวอียิปต์เชื่อว่าตาของแมวยังสะท้อนความสว่างและความมืดสลัวของดวงจันทร์ได้
  • กฏหมายอียิปต์โบราณ ห้ามนำแมวออกนอกประเทศ ถ้าใครพบแมวในต่างประเทศจะต้องนำกลับมาบ้านด้วย
  • ผู้ใดจะฆ่าแมวไม่ได้ถ้าแมวตาย คนในครอบครัวจะต้องไว้ทุกข์โกนคิ้ว แล้วเอาซากศพของแมวไปทำมัมมี่เพื่อเก็บรักษาไว้ ในครอบครัวที่มั่งคั่ง
มัมมี่แมวจะห่อด้วยผ้าลินิน 2 สี และมัดทำลวดลายสวยงาม หีบใส่มัมมี่ที่ทำด้วยบรอนซ์ประดับเพชรพลอยและนำไปฝังไว้ในสุสานใกล้โบสถ์ของพาซต์ ณ เมืองบูบาสติส ปัจจุบันยังมีมัมมี่แมวบางตัวที่ยังคงเก็บรักษาไว้ ณ พิพิธภัณฑ์สถานของอียิปต์ที่กรุงไคโร และที่พิพิธภัณฑ์สถานของอังกฤษในกรุงลอนดอน
  • ตั้งแต่โบราณมา แมวไทยเป็นสัตว์ได้รับเกียรติสูง เพราะได้เข้าร่วมพิธีเฉลิมพระราชมนเทียรด้วย
ตามหนังสือโคลงลิลิตตำรับพระบรมราชาภิเษกสัปตราชมหาจักรีวงศ์เมื่อพุทศก 2468 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์

ทรงนิพนธ์ไว้ในตอนหนึ่งกล่าวถึงพระราชพิธีเฉลิมพระราชมนเทียรในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า ได้มีเจ้านายหลายพระองค์เชิญเครื่องเสด็จตามโบราณขัตติยะราชพิธี อันได้แก่ พระแสง แส้หางช้าง ไม้เท้า ถุงถั่วงา จั่นหมาก โมราบด ขันพิกุล กุญแจทอง ส่วนจำพวกสัตว์ที่เจ้านายอุ้มเข้าพิธี ได้แก่ ไ่ก่ขาว และแมว

  • ในพิธีปูที่นอนในงานมงคลสมรสของบ่าวสาวสมัยโบราณ ใช้แมวสีขาวล้วนหรือแมวลายหรือแมวสีเทาล้วน ประดับด้วยสร้อยทองคำที่คอและที่ข้อเท้า และต้องเป็นแมวคราว คือแมวตัวใหญ่กว่าธรรมดา ถือว่าเป็นสิริมงคลแก่คู่บ่าวสาว
  • นอกจากนี้ ยังมีพิธีกรรมอีกอย่างหนึ่งของไทยคือ พิธีแห่นางแมวเพื่อเป็นการขอฝน เป็นพิธีมาตั้งแต่โบราณ เมื่อเกิดความแห้งแล้งฝนไม่ตก ชาวบ้านก็มักจะจัดพิธีแห่นางแมวขึ้น โดยเอาแมวตัวเมียใส่กรงแห่ไปรอบๆ หมู่บ้าน ผ่านบ้านใครก็เอาน้ำสาดกรงจนนางแมวเปียกปอนไปทั้งตัว เสร็จแล้วปล่อยแมวออกจากกรงเป็นอันเสร็จพิธีแต่สมัยมีฝนหลวง พิธีแห่นางแมวจึงไม่ใคร่มี



lovelyfriends2u.เำพื่อนรักสัตว์เลี้ยง
เรื่องของน้องเหมียวน่ารัก "เรื่องของแมวไทย" /1 แมวนอกจากจะเป็นสัตว์น่ารักแล้ว ยังเป็นสัตว์มหัศจรรย์มีพลังลึกลับมากกว่าสัตว์ทั่วๆ ไป ในสมัยสงครามโลกครั้งที่2 มีญาณพิเศษแจ้งถึงอันตรายที่จะเกิดแก่เจ้าของมันได้


วันจันทร์

ความลับในร่างแมว




lovelyfriends2u.เำพื่อนรักสัตว์เลี้ยง
มีเรื่องของน้องเหมียวน่ารัก "ความลับในร่างแมว" มาฝากเพื่อนๆๆ ค่ะ มาูดูกันนะค่ะ ว่าแมวมีความลับอะไรบ้าง




  • ความลับในร่างแมว
ทำไมเวลาเจ้าเหมียวพลัดตกจากชายคาบ้าน มันสามารถเอาขาลงก่อนได้เสมอ ทำไมแมวปีนต้นไม้เก่ง ทำไมมันสามารถไล่จับหนูได้อยู่หมัด ท่ามกลางความมืดค่ำคืน หนวดของมันมีประโยชน์กว่าของคนเราอย่างไร หางของมันมีไว้ทำไม หูกับตาของน้องเหมียวแจ๋วกว่าของมนุษย์ตรงไหน แล้วทำไมมันถึงต้องร้องเหมียวๆ .....ต่อให้เป็นคนรักแมวก็อาจจะตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้หมด

แม้ว่าแมวบ้านในทุกวันนี้ดูขี้ประจบ ชอบเคล้าแข้งเคล้าขา ปีนขึ้นไปนอนซบบนตักเจ้าของ แต่สัญชาติญาณนักล่าที่แฝงอยู่ในตัวนั้นไม่เคยเปลี่ยนแปลง ยังตะปบเหยื่อเก่งไม่แพ้แมวลายแอฟริกัน ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของพวกมัน

ถึงมันจะได้กินอาหารดีๆ จากคน แต่พวกมันก็ยังคงสังหารสัตว์อื่นด้วยลีลาแบบเดียวกับเสือและสิงโต และยังสามารถหลบเร้นจากสายตาของเหยื่อได้อย่างเก่งกาจ เช่นเดียวกับบรรดาจ้าวป่าร่วมเชื้อสายเผ่าพันธุ์เีดียวกันเหล่านั้นอีกด้วย

  • นาฏกรรมกลางอากาศ
เมื่อแมวตกจากที่สูง มันสามารถหมุนตัวกลางอากาศเพื่อเอาขาลงแตะพื้นได้เสมอ แม้แต่ลูกแมวอายุแค่ 3 สัปดาห์ เริ่มพัฒนาทักษะเฉพาะตัวเช่นว่านี้แล้ว
  • ขณะที่ร่างของมันร่วงลงมามันจะพลิกส่วนหัวและลำตัวครึ่งท่อนบน กระทั่งหัวทำมุมขนานกับพื้นได้อย่างถูกต้อง
  • จากนั้น มันก็กลับลำตัวครึ่งท่อนล่างตามไป จนร่างของมันทั้งหมดขนานกับพื้น และใช้ขารับน้ำหนักของลำตัวได้อย่างปลอดภัย

แมวทำเช่นนี้ได้ เพราะมันสามารถปรับประสาทรับรู้เกี่ยวกับความสมดุลได้อย่างเที่ยงตรง

ประสาทสัมผัสอันละเอียดอ่อน ซึ่งขึ้นกับสายตาและหูนี้ ยังช่วยกำหนดท่วงท่าของมันให้มีประสิทธิภาพสูงสุดขณะไล่จับเหยื่อด้วย

อวัยวะที่เรียกว่า "จาคอบเซน" (The Jacobsen organ) ซึ่งเรียกตามชื่อของแพทย์ชาวเดนมาร์กผู้ค้นพบเมื่อ 200 ปีก่อน ช่วยให้แมวมีประสาทสัมผัสพิเศษที่คนเราไม่มี

จาคอบเซนอยู่ตรงใต้โพรงจมูก ที่เปิดไปสู่ปากทางด้านหลังของฟันหน้า

ด้วยอวัยวะส่วนนี้ แมวจึงไวต่อกลิ่นต่างๆ ซึ่งจะกระตุ้นให้มันมีปฏิกิริยาตอบสนองในรูปแบบต่างๆ ทำนองเดียวกับเสือที่แสดงออกด้วยการแยกเขี้ยว เพียงแต่แมวเป็นสัตว์ที่อ่อนโยนกว่า เจ้าของจึงมักมองไม่เห็น

ดวงตาของแมวก็ช่วยให้มันมองเห็นได้อย่างเหลือเชื่อ เทียบสัดส่วนกับขนาดของกะโหลกแล้ว แมวมีดวงตาที่ใหญ่มาก รูม่านตามีรูปร่างยาวรีแทนที่จะเป็นทรงกลมอย่างของมนุษย์ มันจึงต้องการแสงเพียง 1 ใน 6 ของที่คนเราจำเป็นต้องใช้ในการมอง ฉะนั้น มันจึงเป็นนักล่ายามวิกาลตัวฉกาจ ยากที่เหยื่อจะหลุดรอดสายตาของมันไปได้พ้น

หนวดของมันก็ใช่จะช่วยให้มันประเมินได้ว่า ช่องเล็กๆ ตรงหน้านั้นกว้างพอที่ลำตัวของมันจะลอดผ่านไปได้หรือไม่เท่านั้น

การที่หนวดของมันขึ้นบนใบหน้าเป็นรูปครึ่งวงกลม และยังมีที่ขึ้นเหนือและข้างๆ ดวงตา รวมทั้งงอกออกจากด้วนข้างของใบหน้าด้วยนั้น ช่วยให้มันหยั่งรู้ถึงทิศทางลมได้อย่างเฉียบคม และตรวจจับได้ว่ามีกลิ่นล่องลอยมาจากด้านไหน

หางของแมวนั้นเป็นอวัยวะอเนกประสงค์โดยแท้ มันช่วยในการทรงตัวและการป่ายปีน เช่นเดียวกับนักไต่เชือกใช้ไม้ทรงตัวด้ามยาม ขณะเดินเลี้ยงตัวไปบนเส้นเชือกนั่นเอง

ขณะเดียวกัน หางยังทำหน้าที่วัดการหมุนตัวและถ่วงน้ำหนัก เวลาหนักเวลามันต้ัองการทำมุนเลี้ยวกะทันหันตอนที่กำลังวิ่งห้อเต็มเหยียดอีกด้วย


  • สัญญาณลี้ลับ

เรามักเข้าใจกันว่า เจ้าสัตว์นักล่าที่ใกล้ชิดกับคนที่สุดชนิดนี้ส่งเสียงเมี้ยวๆ เพราะมันอยากทักทาย ประจบเอาใจเจ้าของ แต่อันที่จริงแล้ว เสียงร้องเหมียวๆ ของพวกมันมีความนัยซุกซ่อนอยู่อย่างหลากหลาย ชนิดที่หลายคนคงคาดไม่ถึง

เดสมอนด์ มอร์ริส ผู้เชี่ยวชาญเรื่องแมว เคยแปลความหมายของคำว่า "เหมียว" จากปากของแมวไว้ 6 อย่าง นั่นคือ
....หิวแล้วจ๊ะ , หันมาทางนี้หน่อยสิ , เจ็บนะ , กลัวจังเลย , ไม่กัดหรอกน่า , ไปด้วยกันเถอะ

แต่โรเจอร์ เทเบอร์ ผู้เขียนหนังสือเล่มใหม่ล่าสุด ชื่อ "พฤติกรรมของแมว เคล็ดลับไขปัญหาฉบับสมบูรณ์" ซึ่งเพิ่งออกวางขายในอังกฤษอันเป็นดินแดนทีมีแมวเลี้ยงอยู่ถึง 7 ล้านตัว บอกว่า ภาษาของมันซัีบซ้อนยิ่งกว่านั้นมาก ขึ้นกับว่ามันร้องด้่วยเสียงสูงต่ำอย่างไร ในสถานการณ์แบบไหน

เมื่อมันครางเหมียวๆ มันอาจไม่ได้ตั้งใจจะบอกเราว่า เราทำให้มันพอใจ แต่มันอาจร้องเพราะมันกำลังหวั่นกลัวอะไรบางอย่าง และบางครั้งก็มีความหมายง่ายๆ เพียงว่า "หนูอยู่ตรงนี้"

ในหมู่พวกมันกันเอง แมวมีวิธีสื่อสารหลายวิธี ไม่ใช่แค่ใช้เสียงร้องอย่างเดียว เวลาแมวเจอกัน มันแสดงออกด้วยท่าทางและการสัมผัสถูกเนื้อต้องตัวซึ่งกันและกัน ถ้าถูกแมวตัวอื่นรุกล้ำข้ามเขตแดนของมัน มันจะนั่งแข็งทื่อเหมือนตัวสฟิงค์หน้าพีระมิด จ้องหน้าผู้บุกรุกเขม็ง ซึ่งบางทีก็กินเวลานานหลายชั่วโมงทีเดียว

มันจะคอยกันท่าไม่ให้แมวตัวอื่นข้ามเข้ามาเหยียบถิ่นด้ยการฉี่ขณะมันออกลาดตะเวนปกป้องอาณาจักรของมัน ในกรณีมีแมวตัวอื่นทำท่าจะกรายเข้ามาแย่งเขตแดนนั้น มันอาจฉี่ถึง 50-60 ครั้งใน 1 ชั่วโมง


บางคนอาจไม่รู้ว่า หางของมันนั้น "พูดได้"

  • ถ้าแมวกวัวไกวหางของมันไปมา นั่นหมายถึงความก้าวร้าว
  • ยิ่งถ้ามันเชิดหางขึ้น ทำหางแข็งราวกับแปรงล้างขวดด้วยแล้ว แสดงว่ามันกำลังข่มขู่ศัตรู ด้วยการทำให้ตัวของมันดูใหญ่ขึ้น แล้วถ้าจำเป็นมันก็จะเปิดฉากประจัญบานในทันที

ใบหูของมันก็บอกอะไรได้หลายอย่าง
  • ถ้าใบหูมันพับห้อยลงมาแนบข้างหัว แปลว่ามันกำลังตั้งท่าระวังระไว
  • แล้วถ้าใบหูลดต่ำ แต่พลิกหลังใบหูหักกลับมาเพื่อให้มองเห็นได้จากด้านหน้า แสดงว่ามันพร้อมจะลุยแล้ว

ดวงตาของมันก็ฟ้องถึงอารมณ์ได้เช่นกัน
  • หากดวงตาเบิกกว้าง รู้ได้ทันทีว่าเจ้าเหมียวกำลังตกใจกลัว แต่หากมันเขม้นมองด้วยนัยน์ตายิบหยี จงระวังมันจะกระโจนเข้าขย้ำ


lovelyfriends.เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง สำหรับน้องเหมียวน่ารัก "ความลับในร่างแมว" เพื่อนๆ คงรู้แล้วซิค่ะ ว่าแมวมีความลับอะไรบ้าง ลองสังเกตแมวเราดูซิว่า มีพฤติกรรมแบบไหน


วันพุธ

แมวไทย (Siamese Cats)




lovelyfriends2u.เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง
เรื่องของน้องเหมียวน่ารัำก "แมวไทย" (Siamese Cats) มารู้จักความเป็นมาของแมวไทยกันนะคะ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง สำหรับเพื่อนๆที่รักแมวทุกคนนะค่ะ




แมวไทย

เิดินในท่วงท่ามาดมั่น แกว่งหางกวัดไกวแสดงถึงความรักอิสระและเสรี ซุกซน แต่ว่าซื่อสัตย์ ลักษณะอันองอาจของสัตว์ชนิดนี้ ทำให้หลายต่อหลายคนหลงไหล นำมาเลี้ยงเป็นสัตว์แสนรักประจำบ้าน


แมวในเขตเมืองร้อนอย่างแมวไทย ได้รับการยกย่องว่าเป็นแมวพันธุ์ขนสั้นที่สวยสง่าที่สุดในโลก รูปร่างได้สัดส่วนลงตัว ท่าทางเดินทะนงอย่างมั่นใจ แต่ในบางขณะเจ้าแมวน้อยจะเข้ามาเคล้าเคลียแข้งขา ประจบประแจงเจ้าของจนให้นึกเอ็นดู


ปราดเปรียดว่องไว เดินเบาจนเราแทบไม่รู้ตัว มันก็เข้ามาใกล้แล้ว จนมีการเปรียบเปรยนักย่องเบาไว้ว่าเดินเบาเหมือนกับแมว และเรียกพวกย่องเบา ว่า "ตีนแมว" การเดินเยื้องย่างอย่างนุ่มนวลของเจ้าแมวนี้เอง ทำให้มันมีความเก่งกาจเป็นพิเศษอยู่อย่างหนึ่งที่จะช่วยเหลือเจ้าของบ้านในการจับหนู


มันจะเดินเข้าไปหรือดักรอศัตรูตัวเล็กๆ ของมันอย่างเงียบกริบ จ้องตะครุบทันทีหากได้โอกาส ด้วยความว่องไวของแมวทำให้มันมีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วโลกในการจับหนู และมีหลายคนคงสนุกสนานในอุปนิสัยที่ขัดกันของตัวการ์ตูนน่ารัก การหักเหลี่ยมเฉือนคมระหว่างทอมกับเจอรี่ แมวกับหนูที่โด่งดังที่สุดในโ่ลก


ย้อนกลับมาถึงเรื่องราวของแมวไทย แมวไทยถูกยอมรับไว้เป็นสัตว์เลี้ยงตัวโปรดของคนรักแมวทั่วโลก สีสันหลากหลายตั้งแต่เทา น้ำตาลเข้ม น้ำตาลอ่อน ตลอดจนขาวปลอดไปทั้งตัว การเลี้ยงแมวไทยเป็นที่นิยมไปทั่วโลก จนกระทั่งมีการก่อตั้งสโมสรแมวไทยขึ้นในประเทศอังกฤษราวปี พ.ศ.2443 ชื่อว่า "The Siamses Cat Club" และมีการตั้งสมาคมแมวไทยแห่งจักรวรรดิอังกฤษขึ้นมาในที่สุด


ในอดีตสมุดข่อยโบราณมีการบันทึกไว้ว่าแมวไทยมีอยู่ด้วยกันถึง 17 ชนิด แต่เป็นเรื่องที่น่าเสียดายว่าปัจจุับันหลงเหลือแมวไทยอยู่เพียง 4 ชนิดเท่านั้น ที่เป็นที่รู้จักกันดี ได้แก่ สีสวาด ขาวมณี ทองแดง และวิเชียรมาศ


สิ่งมุ่งหมายของผู้เลี้ยงแมวนอกจากเอ็นดูในความน่ารักน่าัชังแล้ว ยังผนวกความเชื่อแต่โบราณกาลเก่าของชาวไทยไว้ด้วย การเลี้ยงแมวสีสวาดหรือที่เรียกกันอีกชื่อว่าหนึ่งว่าพันธุ์โคราช เป็นแมวที่มีสีเทาตลอดทั้งตัว นิสัยจะเรียบร้อยกว่าแมวพันธุ์อื่นๆ เชื่อกันมาว่าจะทำให้ครอบครัวของผู้เลี้ยงมีความสุข สงบ ไม่มีเรื่องเดือดร้อนใจใดๆ มาแผ้วพาน


หากเลี้ยงแมวพันธุ์ทองแดงที่มีสีน้ำตาลเข้มจนดูเหมือนสีทองแดง แมวอายุมากขึ้นเท่าใดยิ่งมีสีน้ำตาลเข้มขึ้นๆ เรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า พันธุ์ศุภลักษณ์ แมวพันธุ์นี้จะช่วยเสริมส่งบารมีผู้เลี้ยงให้สูงขึ้น เกียรติยศชื่อเสียงจะตามมา ความเชื่อถือแมวสีทองแดงว่าจะนำเกียรติยศชื่อเสียงมาให้คงมีที่มาจากรูปร่างลักษณะของพวกทองแดงและดูสง่างาม ยิ่งขนสีทองแดงส่องกับประกายแดด ยิ่งดูเสมือนนักรบผู้เข้มแข็ง


สำหรับผู้ค้าขายหรือทำธุรกิจใดๆ เขาเชื่อกันมาว่า ให้เลี้ยงแมวพันธุ์วิเชียรมาศแล้วจะทำมาค้าขึ้น เงินทองไหลมาเทมา แมวไทยพันธุ์วิเชียรมาศนี้มีสีน้ำตาลอ่อนที่ปลายขาและส่วนหูจะมีสีเข้มกว่าลำตัวเล็กน้อย


ส่วนพันธุ์สุดท้ายชื่อว่า ขาวมณี หรือบางคนเรียกว่า ขาวปลอดนั่นคือจะมีสีขาวตลอดลำตัว ผู้ที่เลี้ยงแมวขาวมณีเชื่อกันว่าจะทำให้ผู้เลี้ยงมีจิตใจสบาย และมีชีวิตที่ร่มเย็นเป็นสุข


ความเชื่อเกี่ยวกับแมวนี้มีอยู่มากมายในหลายชาติ และมีทั้งเชื่อในทางที่ดีและไม่ดีปนกัน ประเพณีหลายอย่างอย่างเรานำแมวเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย โดยเฉพาะแมวคราว ซึ่งเป็นแมวที่มีอายุมากและมีหนวดมีเครายาว ลักษณะนิสัยของแมวคราวไม่ค่อยชอบไปไหนมาไหน แมวชนิดนี้จึงถูกนำเข้าร่วมในพิธีต่างๆ

ในการทำขวัญและโกนผมไฟเด็ก ก็นำเอาแมวคราวมาแต่งตัวและนอนลงในเปล เพื่อให้เด็กรู้อยู่ไม่ไปไหนมาไหนไกลๆ ประเพณีแห่นางแมวก็เป็นอีกประเพณีหนึ่งที่ทำพิธีขอฝนโดยใช้แมวแห่ไปตามหมู่บ้าน และยังมีความเชื่อกันอีกว่าถ้าใครฆ่าแมวจะมีบาปหนักหนา เท่ากับฆ่าพระหรือเณรตาย 1 รูป


ลักษณะของแมวไทย มีบันทึกไว้ในสมุดไทยโบราณเล่มใหญ่ ซึ่งรวบรวมภาพเขียนแมวไทยโดยละเอียดทั้งรูปร่างและสีสัน อีกทั้งตำราลักษณะแมวที่ดีของไทยเอาไว้ทั้งหมด หากใครสนใจสามารถไปชมได้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พระนคร




lovelyfriends2u.เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง
ได้เล่าประวัติน้องเหมียวน่ารัำก "แมวไทย" (Siamese Cats) ให้เพื่อนๆ แล้ว เป็นไงค่ะ ใครอยากโชคดีแบบไหน ก็เลือกพันธุ์แมวที่แนะนำไปข้างต้นนะค่ะ


วันอังคาร

แมวในประวัติศาสตร์ / 2


lovelyfriends.เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง เรื่องของน้องเหมียวน่ารัำก "แมวในประวัติศาสตร์" ภาค 2 นะคะ่ ภาค 1 จะพูดถึงชาวอียิปต์ที่นับถือแมว ภาคนี้ก็มี อินเดีย ญี่ปุ่น พม่า ฯลฯ ติดตามนะค่ะ




แมวในประวัติศาสตร์

เมื่อราว 2,000 ปีก่อน มีข้อเขียนสันสกฤตพูดถึงบทบาทของแมวในสังคมอินเดีย ส่วนในจีนเมื่อราว 500 ปีก่อนคริสต์กาล มีหลักฐานว่าขงจื๊อเลี้ยงแมวตัวโปรดอยู่ตัวหนึ่งประมาณปี ค.ศ.600 นักพยากรณ์ชื่อ มูฮะมัด ท่องบทสวดพร้อมกับอุ้มแมวไปด้วย


ในนิทานความเชื่อของชาวญี่ปุ่นเชื่อว่า แมวเป็นร่างชั่วคราวสำหรับวิญาณจะไปสู่สรวงสวรรค์ ชาวญี่ปุ่นจึงนิยมเลี้ยงแมวไว้ในวัดเพื่อรักษาคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์

ประเทศพม่าถือว่าแมวพันธุ์บาร์แมน (Birman) เป็นแมวศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมีเรื่องตามตำนานเล่าว่า วัดแห่งหนึ่งในพม่าถูกทำลาย พระสงฆ์ถูกฆ่าตายอย่างทารุณ แต่แมวบาร์แมนตัวโปรดของเจ้าอาวาสกระโดดข้ามศรีษะท่านเหมือนจะปลุกวิญญาณพระเข้าสิงอยู่ในร่างแมวบาร์แมน

แม้ทุกวันนี้ คนพม่าก็ยังใช้ขนของแมวพันธุ์นี้ขับไล่สิ่งชั่วร้าย นอกจากนี้ ชาวเรือในพม่าจะรักแมวมาก เพราะถือว่าเป็นตัวมงคลนำโชคดีมาสู่อาีชีพของพวกเขา นอกจากมันจะช่วยจับหนูในเรือสินค้าแล้ว พวกเขายังเชื่ออีกว่ามันมีสัมผัสที่ 6 ที่จะบอกเหตุสังหรณ์ทางลมฟ้าอากาศได้ล่วงหน้าอีกด้วย

ถึงแม้ว่าแมวจะได้รับการปฏิบัติจากผู้คนในสังคมเป็นอย่างดีมานานหลายพันปี แต่ก็มีบางช่วงที่พวกมันตกอยู่ในอันตราย อย่างในช่วง 300-400 ปีที่ผ่านมา แมวหลายพันตัวถูกฆ่าตายไปเสียมากต่อมาก เพราะในทวีปยุโรปผู้คนพากันหวาดกลัวกับลัทธิแม่มดหมอผีกันมาก ด้วยความเชื่อที่ว่าพวกแม่มดสามารถแปลงร่างเป็นแมวได้ในยามที่พวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน

ปลายสมัยกลาง หลายประเทศทางยุโรปพยายามจะทำลายแมวให้สูญพันธุ์ เพราะต่างพากันหวาดกลัวลัทธิแม่มดหมอผีทั่วไป ผู้หญิงไม่มีความผิด และแมวที่น่าเอ็นดูถูกเผาตายเป็นจำนวนมาก แม้เด็กทารกที่เกิดใหม่ถ้ามีดวงตาเป็นประกาย

หรือมีรูปร่างหน้าเจ้าเล่ห์คล้ายแมวก็จะถูกเผาทั้งเป็นไปด้วย เพราะเชื่อว่าทารกน้อยนี้เมื่อเติบใหญ่จะกลายเป็นแม่มด ซึ่งกลายร่างเป็นแมวดำในตอนกลางคืน ที่ฝรั่งเศสแต่ละเดือน แมวหลายพันตัวจะถูกเผา จนถึงศตวรรษที่ 16 พระเจ้าหลุยส์ที่ 8จึงทรงออกกฏหมาายห้ามกระทำที่ผิดศีลธรรมเยี่ยงนี้เสีย

หรืออย่างในยุคฟื้นฟูวิทยาการใหม่ราวศตวรรษที่ 14-16 (Renaissance) แมวดำจำนวนมากถูกฆ่าตาย เพราะชาวคริสเตียนรังเกียจแมวดำ ซึ่งเป็นสัตว์ชักลากรถทรงของเทวีเฟรยา (Freya) เทพธิดาแห่งความตายของชาวยุโรปตอนเหนือ หากนางปรากฎร่าง ณ ที่ใดที่ตรงนั้นจะมีคนตายด้วยเสมอ เพื่อเป็นการสกัดกั้นการมาของนาง ชาวยุโรปจึงช่วยกันทำลายล้างแมวสัตว์เทียมรถของนางเสียให้สิ้นซาก

มีอมตะวาจาท่านผู้นำจีนผู้ล่วงลับไปแล้วนั่นคือ "นายเติ้งเสี่ยวผิง" ที่กล่าวถึงคนในแง่ของการทำงานโดยเปรียบเทียบกับแมวว่า "ไม่ว่าจะเป็นแมวขนสีขาวหรือขนสีดำ ขอให้จับหนูเป็นก็พอ"

ซึ่งตอนแรกก็เชื่อและคิดอยู่เสมอว่า "แมวจะต้องจับหนู" แต่ความเชื่อนี้ถูกลบล้างด้วยสมาคมนักเลี้ยงแมวชาวอเมริกันว่่าไม่เป็นความจริงเสียแล้ว

จากการสังเกตของพวกเขาพบว่า ในหลายปีที่ผ่่านมา แมวบางตัวไม่ชอบจับหนูเอาเสียเลย ต่อให้มันหิวโซและมีหนูวิ่งผ่านหน้ามัน มันก็ไม่ยอดตะครุบ ดีไม่ดีแมวบางตัวพอเห็นหนูต้ัวโตๆ เข้าถึงกับวิ่งหนีหนูก็มี แต่แมวบางตัวมีนิสัยชอบจับหนู ต่อให้เลี้ยงม้ันอย่างสมบูรณ์พูนสุข มันก็ต้องเที่ยวตะปบหนูเล่นอยู่ร่ำไป ถึงไม่จับมากินมันจะฆ่าเล่น เนื่องจากเป็นสันดานดิบของมัน



lovelyfriends2u.เพื่อนรักสัตว์เลี้่ยง
สำหรับน้องเหมียวน่ารัำก "แมวในประวัติศาสตร์" ภาค 2 เพื่อนๆ คงได้รู้ถึงประวัติแมวแต่ละประเทศแล้วซิค่ะ เห็นไหมค่ะว่าแมวมีความสำคัญมากตั้งแต่อดีตกาลที่ผ่านมาเลยค่ะ รู้อย่างนี้อยากเลี้ยงน้องเหมียวเพิ่มไหมค่ะ


วันจันทร์

แมวในประวัติศาสตร์ /1



lovelyfreinds2u.เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง
กับเรื่องน้องเหมียวน่ารัก "แมวในประวัติศาสตร์" โดยแมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่เคียงคู่กับมนุษย์มานานหลายพันปี ค่ะ




แมวในประวัติศาสตร์

แมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่เคียงคู่กับมนุษย์มานานหลายพันปี นิสัยท่าทางลักษณะของแมวเปรียบเสมือนเสือตัวน้อยๆ ซึ่งรักสงบ สันโดษ และสะอาด ที่ผู้คนเฝ้าชื่นชมและเลี้ยงดูมันอย่างทะนุถนอม ด้วยท่วงท่าเดินอันสง่างามดุจพญาพยัคฆ์ ความเป็นจ้าวนักล่า (หนู จิ้งจก ตุ๊กแก) ยามค่ำคืน


และอุปนิสัยอันเป็นเอกลักษณ์ส่วนตัวของแมวที่ชอบอยู่ตามลำพังเหมือนนักบวชที่ดำรงชีพแบบสมถะ แต่ทรงไว้ซึ่งอำนาจอยู่ในที ตลอดจนรูปร่างหน้าตาของมันชวนให้ชาวเราขบคิดเป็นปริศนา จนเกิดเป็นตำนานเล่าขานมาจนถึงทุกวันนี้


คาดกันว่า คนเราเลี้ยงแมวมานานถึง 5,000 ปีก่อนคริสต์กาล ย้อนยุคไปไกลถึงประมาณ 3,000 ปี ครั้งที่อาณาจักรอียิปต์โบราณยังรุ่งเรือง ชาวอีิยิปต์เรียกแมวในภาษาอียิปต์โบราณว่า มัว (Mau)


ชาวเมืองสมัยนั้นนับถือแมวเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์
มีความสำคัญในศาสนาของพวกตนมาก ดังปรากฎในหลักฐานคัมภีร์มรณะที่กล่าวว่า สุรยเทพรา (Ra) ได้แปลงภาคหนึ่งเป็นแมวเพื่อปราบอสุรกายงูใหญ่เอเปอร์ (Aper) ในช่วงที่โลกเราเกิดยุคเข็ญ


นอกจากนี้ยังมีบันทึกของนักปราชญ์ชาวกรีก เฮโรโดตัส (Herodotus) เขียนไว้ว่า แมวในสมัยอียิปต์โบราณ ผู้คนจะต้องให้การยกย่อง ห้ามดูถูกเหยียดหยาม ทางการจะให้ความคุ้มครองเป็นอย่างดีแก่ชีวิตของมัน

ผู้ใดทำลายมันจนถึงตาย มีโทษสถานเดียว คือต้องตายตามแมว เมื่อแมวในครอบครัวใครตาย สมาชิกในบ้านจะต้องโกนคิ้ว เพื่อเป็นการไว้อาลัยที่มันจากไป


สำหรับศพของมันไม่ว่าเจ้าของจะยากดีมีจนอย่างไรก็จะต้องตกแต่งศพของมันให้สวยงาม ซากของแมวที่ตายไปแล้วห้ามนำไปทิ้งขว้าง จะต้องนำไปทำมัมมี่อย่างดีที่เมืองบูบาสติส (Bubastis) และฝังรวมกันไว้ที่นั่น


ที่เมืองบูบาสติสนี่เอง แมวที่ตายไปแล้วจะถูกนำไปทำมัมมี่
โดยกรรมวิธีที่เริ่มต้นด้วยการล้วงเอาเครื่องในตับไตไส้พุงออกจากตัวแมวให้หมด แล้วจึงล้างทำความสะอาด เสร็จแล้วบรรจุด้วยดินหรือทรายแห้งในตัวศพ เย็บติดกันด้วยเส้นใยพื้นเมืองก่อนที่จะพันด้วยผ้าห่อศพลินินชั้นดี


จะต้องจัดรูปร่างมัมมี่แมวให้เข้าที่เสียก่อน
โดยดัดลำตัวให้ตั้งตรง คู้ 2 เท้าหน้าและงอ 2 เท้าหลังให้แนบติดกับหน้าท้อง ส่วนหางเก็บซ่อนตรงช่องขาหลัง หลังจากนั้นก็นำไปแ่ช่ในน้ำยาเนตรอน (Natron) หรือน้ำยาเรซิน (Resin) ป้องกันการเปื่อยยุ่ยของเนื้อเยื่อ แล้วจึงเก็บลงในโลงศพ (Coffin)


โลงส่วนใหญ่ทำมาจากโลหะที่มีค่า
เช่น บรอนซ์ หรือไม่เก็เป็นไม้ที่หายากในอียิปต์ แต่เป็นที่เสียดาย ในศตวรรษที่ 19 มัมมี่มีแมวทั้งหมด 3 แสนตัวถูกนำไปทำปุ๋ยที่เมืองลิเวอร์พูล ในอังกฤษโน่น


ชาวอียิปต์มีเทพธิดาองค์หนึ่งนามว่า บาสท์ (Bast) หรือว่า บาสเท็ต (Bastet) พระนางเป็นเทวีที่ประทานความคุ้มครองแก่สมาชิกในครอบครัว ทุกปีชาวเมืองอียิปต์จะต้องมีพิธีสักการะต่อพระนาง โดยวันที่บูชาเทวีบาสท์นี้ ทางการให้ความสำคัญมากขนาดมีกล่าวไว้ในปฏิทินโบราณเลยทีเดียว

ในพิธีดังกล่าวผู้คนจะบวงสรวงอาหารเลอรสและน้ำนมอย่างดีแก่เทวีบาสท์ที่มีเศียรแมว พร้อมทั้งนักบวชจะนำรูปปั้นแมวที่ทำำด้วยบรอนซ์ประดับด้วยห่วงทองคำตรงใบหูข้างหนึ่ง และรูจมูกออกมาบูชาด้วย


ชาวอียิปต์เมื่อเห็นแมวตกจากที่สูงๆ แล้วไม่เป็นอะไรก็รู้สึกประหลาดใจ จึงเชื่อว่าแมวมี 9 ชีวิต และยังเชื่ออีกว่าหากแมวเดินผ่านหน้าใครก็ถือว่าผู้นั้นจะโชคดีเร็วๆ นี้ ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงนิยมทำรูปแมวไว้ในเครื่องประดับอย่างกำไลและหัวแหวน


ความเป็นจ้าวนักล่าอันเป็นสันดานดิบของแมวเป็นที่ชื่นชมของคนอียิปต์มาก เลยทำให้เกิดศิลปะการวาดภาพขึ้น ดังจะเห็นได้จากภาพสีเฟรสโกที่ผนังสุสานของช่างแกะสลักอียิปต์โบราณคนหนึ่งนามว่า เน็บบามัน (Nebamun) ที่วาดเรื่องราวชีวิตสัตว์ป่าริมฝั่งแม่น้ำไนล์ ในจำนวนสัตว์ป่านั้นมีแมวรวมอยู่ด้วย

ภาพปรากฎให้เห็นเด่นชัดคือรูป แมวจับนำได้ถึง 3 ตัว ไม่เพียงแต่ชาวอียิปต์โบราณเท่านั้นที่ชื่นชมในความเป็นนักล่าของมัน ชาวโรมันเองก็ยังนิยมชมชอบอีกด้วย ดังภาพโมเสค (Mosaic) ในเมืองปอมเปอี (Pompeei) ได้ประดับหินหลากสีรูปแมวกำลังจับนก



lovelyfriends2u.เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง
น้องเหมียวน่ารัก "แมวในประวัติศาสตร์" ภาค1 เป็นไงค่ะ เห็นชาวอียิปต์ที่นับถือแมว และ แมวในสมัยอียิปต์โบราณ ผู้คนจะต้องให้การยกย่อง ห้ามดูถูกเหยียดหยาม ทางการจะให้ความคุ้มครองเป็นอย่างดีแก่ชีวิตของมัน ผู้ใดทำลายมันจน ถึงตาย มีโทษสถานเดียว คือต้องตายตามแมว เมื่อแมวในครอบครัวใครตาย สมาชิกในบ้านจะต้องโกนคิ้ว เพื่อเป็นการไว้อาลัยที่มันจากไป เพื่อนๆ ฟังดูแล้วขนลุกเลยไหมค่ะ ติดตามแมวในประวัติศาสตร์ภาค 2 นะค่ะ


แมวดำกับความเชื่อ







lovelyfreinds2u.เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง
มีเรื่องของน้องเหมียวน่ารัก "แมวดำกับความเชื่อ" ในคติความเชื่อโบราณ เปรียบแมวดำ ดังเงาร้ายที่เชื่อว่าหากเข้าใกล้ชิดชีิวิตเรา จะหาความสุขไม่ได้





แมวดำกับความเชื่อ

ลางร้าย ภัย อาถรรพณ์ ในคติความเชื่อโบราณ เปรียบดังเงาร้ายที่เชื่อว่าหากใกล้ชิดชีวิตเรา จะหาความสุขไม่ได้ มีทุกข์ภัยที่ประดังเข้ามาอย่างไม่คาดฝัน ในบรรดาลางร้ายที่แสดงออกมาในรูปแบบต่างๆ นั้น "แมวดำ" จัดเป็นหนึ่งในตัวแทนแห่งลางร้าย



ความเชื่อเรื่องแมวดำ
ไม่ได้ระบุที่มาแน่ชัด หากเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน ที่นักประวัติศาสตร์ตั้งข้อสังเกตเอาไว้ เนื่องจากคติความเชื่อเรื่องแมวดำ ไม่ได้มีเฉพาะในไทยเท่านั้น หากมีหลายชาติหลายภาษา



โดยในตำนานเก่าแก่ของอินเดียโบราณเชื่อว่า
แมวดำเป็นสัตว์ผี เป็นพาหนะของพระษัษฐี เทวีแห่งความตายของทารก หรือผีแม่ซื้อประจำตัวเด็ก


ซึ่งพระษัษฐีเป็นเทวีที่มีอิทธิฤทธิ์ หากใครเห็นแมวดำที่ไหน มักต้องเห็นพระษัษฐีปรากฏกายที่นั่น และจะมีเด็กหรือคนตายที่นั่นด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในงานศพจะระมัดระวังไม่ให้แมวมาถูกต้องศพ ด้วยเชื่อว่าจะเกิดมลทินกับศพนั้นๆ ไปตลอด


ในคติความเชื่อของจีนโบราณถือว่า หากแมวข้ามศพ ผีนั้นจะดุร้ายมาก ต้องเอาตะไกรหนีบมาวางบนอกศพ เผื่อว่าแมวกล้ำกรายเข้ามาใกล้ศพหรือถูกศพ เหล็กตะไกรจะเป็นเครื่องบังคับ ไม่ให้ศพลุกขึ้นมากลายเป็นผีร้าย เป็นที่หวาดเกรงของชาวบ้านได้


แมวจัดเป็นสัตว์เลี้ยงที่เป็นมากกว่าสัตว์เลี้ยงธรรมดา
ในแง่ที่ว่ามันเป็นสัญญลักษณ์แห่งความเชื่อของคน เป็นตัวแทนความศักดิ์สิทธิ์และเหนือจริง จนมีคำโบราณกล่าว่า "หากฆ่าแมวสักตัวถือว่าบาปนักหนา เท่ากับฆ่าเณรรูปหนึ่งเลยทีเดียว"





lovelyfriends2u.เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง
เรื่องของ น้องเหมียวน่ารัก "แมวดำกับความเชื่อ" แมวเป็นสัตว์ที่เป็นมากกว่าสัตว์เลี้ยงธรรมดา ในเรื่องสัญญลักษณ์แห่งความเชื่อของคนค่ะ


วันศุกร์

ความเชื่อเรื่องแมว




lovelyfriends2u.เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง
น้องเหมียวน่ารักกับ "ความเชื่อเรื่องแมว" เป็นความเชื่อที่ผ่านมา แมวเป็นเพียงแมวตัวเล็กๆ ไม่น่าเชื่อพวกมันสามารถบรรจุเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับความเป็นแมวเหมียวได้มากเกินคาด มีอะไรบ้างคงไม่ต้องรู้กันทั้งหมด เอาเพียงแค่เป็นสังเขปนะค่ะ



ความเชื่อเรื่องแมว

โดยเฉพาะเรื่องของความเชื่อ เชื่อกันว่า ถ้าฆ่าลูกแมวเหมือนฆ่าเณรจะเป็นบาปมาก ทั้งนี้ปมปริศนาอาจจะอยู่ที่ลูกแมวตอนเล็กๆ อายุ 1-3 เดือน จะตายง่าย ถ้าถูกรังแก หรือถูกทำร้าย โอกาสตายก็ยิ่งมากขึ้นอีก และอาจรวมถึงเพื่อให้พุทธศาสนิกชนอยู่ในศีล 5 ไม่ทำบาปโดยการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต

เชื่อกันว่าแมวมี 9 ชีวิต เพราะเมื่อแมวโตเต็มวัยแล้วประมาณ 2-3 ปี จะสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม มีนิสัยว่องไวปราดเปรียวคล้ายเสือ มีสัญชาติญาณนักล่าเพื่อความอยู่รอดอย่างเต็มตัว

แต่อย่างไรก็ตามโอกาสที่แมวจะเสียชีวิตอย่างง่ายดายไม่สมกับคำกล่าวที่ว่า "9 ชีวิต" มีได้เหมือนกัน เมื่อพวกมันมักเสียชีวิตเนื่องจากโดนงูพิษกัด โดนงูเหลือมกิน รวมถึงโดนยาเบื่อ หรือโดนฆ่า จากการกระทำของคนที่ชื่อว่าเป็นเพื่อนที่พวกมันใกล้ชิดที่สุด


จากแมวบ้านสัญจรสู่วัดและตลาด

คงเป็นเรื่องต้องดิ้นรน ถ้าเป็นแมวไร้เจ้าของ ไร้ที่พักอาศัยเป็นหลักแหล่ง ยามเมื่อแมวเกิดท้องขึ้นมา ก็ต้องพยายามหาทำเลเพื่อคลอดลูก และทำเลที่เหมาะก็คงไม่พ้นบ้านคนในละแวกนั้น ถ้าโชคดีไปเจอเจ้าของบ้านที่ใจดี เมื่อลูกของพวกมันออกมาก็อาจจะได้รับการดูแล และเลี้ยงเป็นแมวประจำบ้านไป

ถ้าโชคดีลงมาอีกนิด เจ้าของบ้านอาจเลี้ยงลูกพวกมันเอาไว้ 4-6เดือน และค่อยไปปล่อยวัดหรือที่ตลาด
และถ้าโชคดีไม่เข้าข้างกันเลยพอคลอดลูกออกมาผู้เป็นเจ้าของบ้านจะรีบนำไปปล่อย หรือน่าจะใช้คำว่าทิ้งมากกว่า ถ้าเป็นเช่นนี้ โอกาสที่ลูกแมวจะรอดน่าจะมีไม่ถึง 10% ส่วนใหญ่มักตายหมด


วัดและตลาดจึงกลายเป็นศูนย์กลาง
ของสัตว์เลี้ยงจรจัดที่ถูกทอดทิ้ง เมื่อมีหมาวัดก็ต้องมีแมววัดเป็นธรรมดา โดยเฉพาะที่วัดการนำสัตว์เหล่านี้มาปล่อย เป็นการผลักภาระให้แก่พระสงฆ์องค์เจ้าอยู่ไม่น้อย และที่สาหัสสากรรจ์

สัตว์พวกหมาแมวออกลูกได้รวดเร็วและดกมาก อย่างแมวปีหนึ่งคลอดลูกได้ถึง 4-6 ครั้ง ครั้งละ 2-6 ตัว และอาจจะมากกว่าีนี้ จึงเป็นเรื่องชินตาที่ผ่านวัดแล้วมักจะเห็นหมาแมวเกลื่อนวัดไปหมด เสมือนหนึ่งเป็นของที่วัดจำเป็นต้องมีและถ้ามีสัตว์พวกนี้มากเกินไป ย่อมเป็นผลเสียมากกว่าผลดี


การผ่อนคลายปัญหาคงต้องหาวิธีการที่เหมาะสม การนำไปฆ่าคงจะดูโหดร้ายเกินไป วิธีละมุนละม่อมแบบอื่นพอจะใช้ได้หรือไม่ การทำหมันก่อนนำไปปล่อย หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องขนแมวพวกนี้ไปเลี้ยงแล้วหาขั้นตอนการควบคุมให้มีประสิทธิภาพ หรือมีกระบวนการอื่นที่ดีกว่านี้ก็คงต้องช่วยๆ กันนำมาปฏิบัติ โดยเฉพาะจากหน่วยงานของภาครัฐ


lovelyfriends2u.เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง น้องเหมียวน่ารัก "ความเชื่อเรื่องแมว" เกี่ยวกับว่า ถ้าฆ่าลูกแมวเหมือนฆ่าเณรจะเป็นบาปมาก ก็ยังเป็นความเชื่อที่ทุกคนเชื่อกันอยู่ แต่ทางที่ดีดูแลเขาดีๆ อย่านำเขาไปปล่อยที่วัดให้เป็นปัญหาต่อไปเลยนะค่ะ ทางที่ดีที่สุดคือการทำหมันให้เจ้าน้องเหมียวคะ่


แห่นางแมว




lovelyfriends2u.เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง
มีเรื่องน้องเหมียวน่ารัก เกี่ยวกับพิธี "แห่นางแมว" กับการขอฝน มาให้เพื่อนที่รักแมวทุกคน ทราบประวัติเกี่ยวกับการขอฝนค่ะ






แห่นางแมว


สังคมไทย เป็นสังคมเกษตรมาช้านาน ดังนั้นจึงต้องพึ่งพาฝนฟ้าอยู่เสมอ แม้ว่าสมัยปัจจุบันจะมีเขื่อนและคลองส่งนำ้ มีฝนเทียม มีการขุดน้ำบาดาลจากใต้ดินแล้วก็ตาม ชาวบ้านของเราก็ยังต้องการฝน เมื่อใดที่ฝนแล้งจัด นอกจากทั้งคนและสัตว์จะขาดน้ำบริโภคแล้ว พืชพันธุ์ธัญญาหารต่างๆ ก็พลอยแห้งเหี่ยวไปด้วย

ที่ร้ายคือมักเกิดโรคระบาดรุนแรง ผู้คนล้มตาย ดังเช่นในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ฝนแล้งจนถึงอหิวาตกโรคระบาดอย่างรุนแรง มีคนตายมากมายจนศพกองทับสูงเพราะเผาไม่ทัน ทั้งยังลอยเกลื่อนในแม่น้ำเจ้าพระยา เรื่องอย่างนี้เคยปรากฏมาแล้วเมื่อฝนแล้ง

ด้วยเหตุที่ฝนเป็นองค์ประกอบสำคัญของชีวิต เป็นสิ่งที่นำมาสู่ความเจริญสมบูรณ์องคนและบ้านเมือง คนมีมโนภาพว่าฝนนั้นมีเทพเจ้าควบคุมรักษา มีตำนานต่างๆ เล่าต่างกันไป มีทั้งเรื่องรามสูรย์กับนางมณีเมขลา ทางพุทธและทางพราหมณ์ มีทั้งการกล่าวคำอ้อนวอนและสาบแช่ง แรกก็มีลักษณะเป็นคำร้อยกรอง แล้วในที่สุดก็กลายเป็นเพลง มีการร้องรำตามมาอีก รวมกันเข้าแล้วเรียกว่า "เพลงขอฝน"

ทฤษฏีบ้าน วัด วัง สามารถนำมาจับกับเพลงขอฝนได้ชัดเจนมาก เพราะเรื่องฝนแล้วชาวบ้านย่อมจะเดือดร้อนก่อน ต่อมาจึงมาถึงพระที่วัด และในที่สุดถึงเจ้าในวัง พิธีกรรมก็จะเปลี่ยนไปเป็นพระราชพิธีชื่อว่า "พิรุณศาสตร์"

เรามีพิธีแห่นางแมวขอฝนของชาวบ้าน โดยจับแมวใส่กรงแล้วแห่ไปรอบหมู่บ้าน ชาวบ้านก็จะเอาน้ำมารดหัวรดตัวแมว แล้วก็ร้องเป็นเพลงไปพร้อมกับการแห่แหน ถ้อยคำในบทเพลงมักจะเอนเอียงไปหาเรื่องเพศ เช่นเดียวกับเพลงพื้นบ้านทั่วไป

ในทางชีววิทยา แมวเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบน้ำ การขัดใจแมวทำให้แมวเปียกน้ำดูเหมือนเป็นการแก้เคล็ดของการขาดน้ำอย่างหนึ่ง เทวดาอารักษ์ควรจะตื่นมาดูเสียทีว่าเกิดอะไรขึ้นในหมู่บ้านที่แห่นางแมว แมวเปียกน้ำนั้น เมื่อรู้ว่าฝนแล้งก็จะได้ช่วยแก้ให้ฝนตกเสียที

ในบางท้องถิ่น การแห่นางแมวมีการนำไม้ท่อนโตๆ มากถากให้เป็นรูปอวัยวะเพศชายขนาดใหญ่ ทาปูนแดงที่หัวแล้วแห่ไป เป็นเคล็ดว่าเป็นสัญญลักษณ์ของความอุดมสมบุรณ์ เพราะว่าอวัยะเพศชายเป็นต้นกำเนิดของมวลมนุษย์

เช่นเดียวกับแขกพราหมณ์ที่นับถือศิวลึงค์ บางทีก็เคยเห็นเอาปูนขาวมาปั้นเป็นตุ๊กตาตัวผู้ตัวเมีย เรียกว่า "ปั้นเมฆ" เมื่อมีเมฆเป็นก้อนฝนก็จะตกลงมา แถมทำอวัยวะเพศของตุ๊กตาชายหญิงนั้นให้ใหญ่และยาว แล้วในพิธีนั้นก็จับให้ชนกันด้วย ว่าเป็นเรื่องของการกระตุ้นให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ กล่าวว่า พิธีกรรมแห่นางแมวที่กล่าวคำหยาบนานาประการนั้น เป็นการลำเมิดกฎแห่งศีลธรรมของชาวบ้านด้วยความตั้งใจ

ครั้นมาดูเรื่องชาววังบ้าง คงจะเห็นว่าแห่นางแมวใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ วิธีที่จะแก้ให้สุภาพก็เปลี่ยนพิธีกรรมเสียโดย "เอาพุทธเอาพระเจือลงไป" ถึงตรงนี้เปลี่ยนจากแห่แมวมาเป็นแห่พระแทน เกิดมีตำนานเรื่องพระพุทธรูปปางขอฝนขึ้น

เรื่องนี้ก็แสดงให้เห็นว่า การแห่นางแมวของชาวบ้าน พอมาถึงชาววัดกับชาววัง ก็กลายเป็นความเชื่อใหม่ ให้กลายเป็นประเพณีทางพุทธ เว้นเรื่องสัตว์ออกไปเสีย คำร้องก็จะสุภาพลงเพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับพระพุทธ

นี่ไม่ได้ว่า พอแห่นางแมวขอฝนกลับกลายเป็นการแห่พระแล้ว อาการทั้งหลายนั้นดีขึ้น ขลังขึ้น หรือสุภาพขึ้น ความจริงยังชอบการแห่นางแมวอันเป็นวัฒนธรรมอย่างชาวบ้านมากทีเดียวเพราะสนุก ได้เงินบริจาค ได้เหล้ายาปลาปิ้ง ได้ร้องคำหยาบๆ สัปดนในที่สาธารณะ โดยไม่มีใครกล่าวหาว่าเป็นคนไม่ดี

เกิดมาเป็นคนไทยเสียอย่าง ช่างโชคดีมีคนช่วยทำ ช่วยปรับช่วยปรุง ให้สนุกให้งาม ให้ความเชื่อ ประเพณี วัฒนธรรมกลายรูปไปได้หลากมากแบบ ให้เราเลือกเสพเลือกใช้ได้ตามความสมัครใจ




lovelyfriends.เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง
น้องเหมียวน่ารัก "แห่นางแมว" เป็นไงค่ะ เพื่อนๆ ที่รักแมวคงจะทราบประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับการแห่งนางแมว ที่เป็นวัฒนธรรมอย่างชาวบ้านมาช้านาน เราจะได้รู้ว่าน้องเหมียวเพื่อนรักสัตว์เลี้ยงของเรานี้มีความสำคัญมากทีเีดียวค่ะ


วันพฤหัสบดี

ภาษาแมวเหมียว


lovelyfriends2u.เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง มีเรื่องของน้องเหมียวน่ารัก เกี่ยวกับ "ภาษาแมวเหมียว" หลายคนอาจจะสงสัยว่าแมวมีึการสื่อสารกันด้วยวิธีอะไร งั้นก็มาดูกันค่ะ




ภาษาแมวเหมียว

หลายคนสงสัยว่าแมวมีการสื่อสารกันด้วยวิธีอะไร วันๆ ไม่เห็นว่ามันจะคุยกันสักเท่าไรหรือว่าใช้เสียง เหมียว.....เหมียว.....หง่าว ในการติดต่อ เปล่าหรอกค่ะ


แมวมีการติดต่อสื่อสารกันได้หลายรูปแบบ

  • ใช้กลิ่น
  • การใช้เสียง
  • การใช้ท่าทาง
(ซึ่งจะเริ่มต้นสื่อสารกันตั้งแต่อายุได้ 3-4 เดือน)


  • การใช้กลิ่นของแมว
เช่น กลิ่นจากปัสสาวะ กลิ่นเหงื่อ และกลิ่นจากต่อมบริเวณแก้ม คาง และโคนหาง ซึ่งกลิ่นเหล่านี้จะทำให้แมวจำได้ว่าตัวใดเป็นตัวใด

เราอาจจะพบเห็นอยู่เสมอว่า แมว 2 ตัว เจอกัน มักเอาจมูกมาชนกันและสูดดมซึ่งกันและกัน นั่นก็เป็นการทักทายกันอีกวิธีหนึ่ง

พฤติกรรมอีกอย่างที่เรามักพบอยู่บ่อยๆ ก็คือ การหาวของแมว นั่นหมายถึงมันรู้สึกสบาย ไม่ใช่เป็นการหาวง่วงนอนเหมือนของเรา
  • ส่วนการส่งเสียงร้องนั้น เป็นการบ่งบอกถึงความรู้สึกที่ไม่ค่อยดี ไม่มีความสุข
  • แต่ถ้าเสียงร้องหง่าวๆ ละก็ นั่นหมายความว่า "ฉันกำลังเหงา และต้องการเธอเสมอ" ก็เป็นเสียงร้องเรียกคู่ของมัน

กิริยาท่าทาง
กิริยาท่าทางเป็นการสื่อความหมายให้รู้ถึงซึ่งกันและกัน ซึ่งอาจแสดงออกได้หลายทาง เช่น แสดงออกทางใบหน้า ลำตัว หู และ หาง


  • หู
เป็นจุดที่ไวมาก ถ้าหูถูกยกยื่นไปข้างหลัง เป็นการเตือนว่าจะจู่โจมศัตรู ในกรณีที่หูโค้งกลับถูกดึงให้ต่ำลงข้างๆ เป็นสัญญาณของการป้องกันตน และพร้อมที่จะต่อสู้

  • หนวด
ให้ดูจากการแผ่กระจายของหนวด
  • ถ้าหนวดแผ่ออก แสดงว่า แมวกำลังเครียด หรือสนใจอย่างใดอย่างหนึ่ง
  • ถ้าหนวดตั้งขึ้น แมวจะอยู่ในภาวะอาย ระมัดระวังตัวเอง
  • ถ้าหนวดกางออกธรรมดา แมวจะอยู่ในภาวะกำลังสบายๆ แสดงถึงความเป็นมิตรหรือพอใจ

แมวหนุ่มเตรียมการจู่โจม หลังโค้งงอขึ้น ขาหน้าข้างหนึ่งยกขึ้น



lovelyfriends2u.เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง
เกี่ยวกับน้องเหมียวน่ารัก "ภาษาแมวเหมียว" คราวนี้เพื่อนๆ ก็รู้กันแล้วใช่ไหมค่ะ ว่าแมวหาวนอนนั้น รู้สึกดี หรือว่าแมวร้องส่งเสียงนั่นหมายถึงไม่มีความสุข และก็การร้องหง่าวๆๆ เพราะว่าเหงา คราวนี้เราก็เข้าใจน้องเหมียวกันซะที น่ารักดีนะค่ะ



วันอังคาร

พฤติกรรมแมว



lovelyfriends2u.เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง
มีเรื่องของน้องเหมียวน่ารัก เกี่ยวกับ "พฤติกรรมแมว" มาฝากเพื่อนๆ กันนะค่ะ มาดูวิธีการแสดงออกของแมวในรูปต่างๆๆ นั้น ล้วนแล้วมีผลมาจากพฤติกรรมต่างๆ ของแมวค่ะ





พฤติกรรมแมว

  • การแสดงออกของแมวในรูปแบบต่างๆ นั้น ล้วนมีผลมาจากพฤติกรรมอันได้แก่ สัญชาตญาณ และการเรียนรู้ ร่วมกับอารมณ์ หากเจ้าของได้มีโอกาสรู้จักกับสิ่งเหล่านี้บ้าง ก็จะสามารถทำให้รู้จักและเข้าใจแมวได้มากขึ้น อันมีประโยชน์ต่อการเลี้ยงดู และอยู่อาศัยร่วมชายคาเดียวกัน


สัญชาตญาณการเป็นเจ้าถิ่น


จากพฤติกรรมที่เราุคุ้นเคยกันมานานแล้วว่า "แมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่จำเจ้าของได้ แต่ไม่ติดเจ้าของมากเหมือนหมา" มีความสามารถจดจำ้บ้านได้ แต่ทว่า พวกเหมียวก็มักจะชอบหนีเที่ยว ทำให้ดูเหมือนว่าพวกมันเหล่านั้นไม่มีความผูกพันกับถิ่นที่อยู่อาศัย แต่ในความเป็นจริงพวกมันกลับมีความผูกพันกับถิ่นที่อยู่เป็นอย่างมาก มีความรู้สึกว่ามันเป็นเจ้าถิ่น และมีความหวงแหนถิ่นที่อยู่ และพร้อมจะต่อสู้กับผู้บุกรุกเพื่อป้องกันถิ่นที่อยู่ของมัน


ถ้าถามว่าพวกเหมียวๆ ทั้งหลายแสดงออกอย่างไร กับการแสดงว่ามันมีกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของพื้นที่นั้นๆ กล่าวคือ มันจะขับกลิ่นพิเศษเฉพาะตัวละลายปะปนมากับปัสสาวะ ที่ฉีดพ่นให้ติดกับฝาผนัง กำแพง พุ่มไม้ รั้วบ้าน หรือวัสดุสิ่งของที่ทำมุมฉากกับแนวพื้นราบ
  • ลักษณะการพ่นปัสสาวะของมันจะออกมาเพียงเล็กน้อยในลักษณะฝอยกระจาย แต่กลิ่นฉุนจัด กลิ่นนั้นจะคงอยู่ได้นานประมาณ 2 สัปดาห์ แต่ก็ขึ้นอยู่กับลักษณะสภาพภูมิอากาศบริเวณนั้นด้วย
  • อีกกรณีหนึ่งเราอาจเคยเห็นเจ้าเหมียวจอมซนชอบฟ้อนเล็บ (ข่วน) ลงบนไม้ โต๊ะ หรือกระดานหนาๆ อาจทราบเหตุผลแล้วคือ มันกำลังลับเล็บนะสิ ใช่ค่ะ แต่อีกอย่างที่คุณคาดไม่ถึงก็คือ มันจะทำรอยจารึกเอาไว้ หากมีใครผ่านไปมาจะได้รู้ว่าบริเวณนี้ได้ถูกจับจองมีเจ้าของแล้ว นอกจากรอยข่วนแล้ว ที่อุ้งเท้าของแมวยังมีต่อมกลิ่น (ต่อมเหงื่อ) ที่สามารถปล่อยกลิ่นออกมาติดกับรอยขีดข่วนนั้นด้วย

  • แมวยังมีต่อมสร้างกลิ่นอยู่ที่บริเวณ หัว คาง และโคนหาง เราอาจเคยเห็นเจ้าเหมียวมาเคล้าเคลียแข้งและขาเราอยู่บ่อยๆ นั่นแหละมันได้ปล่อยกลิ่นประกาศความเป็นเจ้าของแล้ว

lovelyfriends2u.เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง "พฤติกรรมแมว" กับน้องเหมียวน่ารัก เห็นพฤติกรรมต่างๆ มันแล้วก็ถึงบางอ้อยังค่ะ แต่ยังๆๆ แมวก็ขี้อ้อน เพื่อนๆๆ คงจะอดรักน้องเหมียวไม่ได้ใช่ไหมค่ะ


วันพุธ

แมววิเชียรมาศ




lovelyfriends2u.เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง
ขอแนะนำน้องเหมียวน่ารัก "แมววิเชียรมาศ" หรือที่ชาวต่างชาติ เรียกว่า"แมวสยาม (Siamese) " ให้เพื่อนๆได้รู้จักประวัติ และลักษณะสายพันธุ์กันนะค่ะ



ประวัติ : " แมววิเชียรมาศ "


เมื่อปี 2427 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้มอบแมววิเชียรมาศคู่หนึ่งให้แก กงสุลอังกฤษชื่อ นายโอเวน กูลด์ (OWEN GOULD) แมวไทยคู่นี้ชนะการประกวดแมวที่กรุงลอนดอน และทำให้ชาวอังกฤษพากันเลี้ยงแมวไทยมากขึ้น จนถึงขั้นตั้งเป็นสโมสรแมวไทยถึง 2 แห่ง

นอกจากประเทศอังกฤษแล้ว พระเจ้าอยู่หัวรัชการที่ 5 ยังทรงมอบแมวไทยให้แก่ประเทศเพื่อนบ้านอีกหลายประเทศ เช่น อเมริกา จนทำให้แมวไทยมีชื่อเสียงไปทั่วโลกในสมัยนั้น

แมววิเชียรมาศเป็นแมวไทยชนิดแรกที่ฝรั่งรู้จัก และตั้งชื่อว่า " SIAMESE CAT หรือ SEAL POINT (แมวแต้มสีครั่ง) อันเป็นแมวไทยต้นตระกูลที่ฝรั่งนำไปปรับปรุงสายพันธุ์ จนได้แมววิเชียรมาศลูกผสมต่างๆ อีก 8 ชนิด

แมววิเชียรมาศสายพันธุ์แท้ จะมีนัยน์ตาสีฟ้าประกายสดใส ขณะอายุน้อยมีีขนสีครีมอ่อน เมื่อโตขึ้นขนจะเข้ม เป็นสีน้ำตาล มีแต้มสีน้ำตาลไหม้อยู่ 9 แห่งคือ
  • ปลายจมูก
  • ปลายหูสองข้าง
  • ปลายเท้าทั้งสี่
  • ปลายหาง
  • อวัยวะเพศ (ทั้งเพศผู้เพศเมีย)
นับเป็นสีที่อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะเจาะน่าพิศวงแตกต่างจากแมวพันธุ์อื่น ที่มักมีแต้มสีเลอะเทอะไม่เป็นที่ และเป็นลักษณะเด่นที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ ไม่ว่าจะำนำไปผสมกับแมวพันธุ์อื่นจะได้แต้มสีตามร่างกาย ตามตำแหน่งเดียวกันเสมอ แต่รูปร่างจะไม่สง่างามเท่า และอุปนิส้ัยจะไม่ถ่ายทอดไปยังลูกผสม แมว

วิเชียรมาศเป็นแมวไทยโบราณในสมุดข่อยยกย่องว่า "เป็นแมวให้ลาภ" เลี้ยงกันเฉพาะในราชสำนัก ผู้ใดเลี้ยงไว้จะได้เป็นขุนนาง

ปัจจุบัน เีรียกแมวพันธุ์นี้ว่า แมวเก้าแต้ม แต่เป็นแมวคนละชนิดกับแมวเก้าแต้มสมัยโบราณ ซึ่งสูญพันธุ์ไปแล้ว

ลักษณะโดยทั่วไป

ลักษณะที่เป็นข้อเด่น :
สีขน : ขนสั้นแน่นสีขาว หรือน้ำตาลอ่อน มีแต้มสีครั่ง หรือสีน้ำตาลไหม้ที่บริเวณใบหน้า หูทั้งสองข้าง เท้าทั้งสี่ข้าง หาง และที่อวัยวะเพศ (ทั้งตัวผู้และตัวเมีย) รวม 9 แห่ง ขณะที่อายุยังน้อย หรือเป็นลูกแมว สีขนจะออกสีครีมอ่อนๆ หรือ ขาวนวล พอโตขึ้นสีจะค่อยๆ เข้มขึ้นตามลำดับจนเป็นสีน้ำตาล (สีลูกกวาด)

ลักษณะส่วนหัว :
รูปหัวไม่กลม หรือแหลมเกินไป หน้าผากใหญ่และแบน จมูกสั้น หูใหญ่ ตั้งสูงเด่นบนส่วนหัว

ลักษณะนัยน์ตา :
ตาสีฟ้า

ลักษณะหาง :
หางยาว ปลายแหลมชี้ตรงโคนหางใหญ่และค่อยๆ เล็กเรียวกลมไปจนสุดปลายหาง ขายาวเรียวได้สัดส่วนกับลำตัว

ลักษณะที่เป็นข้อด้อย :
ขนยาวเกินไป มีแต้มสีไม่ครบทั้ง 9 แห่ง แต้มสีอื่นที่ไม่ใช่สีน้ำตาลไหม้ นัยน์ตาสองข้างเป็นคนละสี หรือเป็นสีอื่นๆ ตาเอียง จมูกหัก หูไม่ตั้ง หางสั้นเกินไป (เมื่อยืนขาหลังให้ขนานกับหาง ความยาวของหางสั้นกว่าขาเกิน 3 นิ้ว) หางขอด หางหงิกงอ หางสดุด ปลายหางคด ดุเกินไป เลี้ยงลูกไม่ดี


แมววิเชียรมาศเป็นแมวที่มีลักษณะดี
  • มีความสวยสง่า ลักษณะปราดเปรียด และระแวดระวังภัยให้ตัวเองดี
  • นิสัยรักสะอาด
  • มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่ค่อยชอบถูกบังคับหรือสั่งให้ทำนั่นทำนี่
  • แต่มีความเชื่องกับเจ้าของและรักเจ้าของ อาจจะไม่สนิทกับคนแปลกหน้าง่ายๆ คือไม่เข้าหาคนแปลกหน้า และอาจข่วนคนแปลกหน้าถ้าทำให้มันตกใจ
  • แมวเป็นสัตว์ที่มีนิสัยผูกพันกับเจ้าของ รักบ้าน
  • ชอบเดินสำรวจบริเวณบ้านและหาของบันเทิงใจได้เสมอกับสิ่งรอบตัว เช่น แมลงเล็กๆ
ผู้เลี้ยงมักจะเพลิดเพลินกับอริยาบทของแมว และเป็นแมวที่ไม่รบกวน วุ่นวายกับผู้เลี้ยง สามารถดูแลตัวเองได้ดีทีเดียว เป็นแมวที่เลี้ยงง่าย และที่สำคัญแมวไทยที่ควรอนุรักษ์ไว้

ตามตำราการเลี้ยงแมวไทยโบราณจะนิยมดูลักษณะแมวที่เป็นมงคล ซึ่งจะถือว่า จะนำสิ่งดีๆ เข้ามาสู่ผู้เลี้ยง
เช่น หางยาวจะกวาดเงินกวาดทองเข้าบ้าน ซึ่งหากมีหางคดงดจะไม่เป็นที่นิยม รวมทั้งแมวไทยที่กินลูกตัวเอง จะไม่เป็นที่ต้องการ แต่ก็นานๆ จะพบทีและไม่ได้เป็นนิสัยของแมวไทยโดยทั่วไป


lovelyfriends2u.เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง ไ้ด้แนะนำน้องเหมียวน่ารัก "แมววิเชียรมาศ" เป็นไงบ้างค่ะ ลักษณะสายพันธุ์ที่ค่อนข้างเด่น มีแต้มสีน้ำตาลไหม้มี 9 แห่ง แต่ละจุดนับเป็นสีที่อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะเจาะน่าพิศวงแตกต่างจากแมวพันธุ์อื่น และก็ความน่ารัก เป็นไงบ้างค่ะ เืพื่อนๆ สนใจที่มีน้องเหมียวน่ารักเพิ่มเป็นเพื่อนไหมค่ะ



วันจันทร์

แมวโคราช


lovelyfriends2u.เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง "แมวโคราช" แมวพันธุ์นี้มีหลายชื่อ แมวโคราช แมวมาเลศ แมวดอกเลา แมวสีสวาด มารู้จักประวัติความเป็นมา และก็ลักษณะสายพันธุ์น้องเหมียวน่ารักตัวนี้กันนะค่ะ



ประวัติความเป็นมา "แมวโคราช"

เป็นแมวที่พบที่อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา หรือเรารู้จักกันในนามว่าโคราช มีหลักฐานบันทึกเกี่ยวกับแมวโคราชในสมุดข่อย (Smud Khoi of Cats) ที่เขียนขึ้นระหว่างปี ค.ศ.1350-1767 หรือประมาณพ.ศ.1893 -2310 ในบันทึกได้กล่าวถึงแมวที่ให้โชคลาภที่ดี 17 ตัวของประเทศไทย รวมถึงแมวโคราชด้วย ปัจจุบันสมุดข่อยนี้ถูกเก็บไว้ที่หอสมุดแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร


ชื่อแมวโคราช
เป็นชื่อที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 5 โดยใช้แหล่งกำเนิดของแมวเป็นชื่อเรียกพันธุ์แมว มีเรื่องเล่ามากมายหรือเป็นตำนานเล่าขานเกี่ยวกับแมวโคราช รวมถึงตำนานพื้นบ้านที่กล่าวถึงการที่แมวโคราชมีหางหงิกงอ (kinks) มากเท่าไหร่จะมีโชคลาภมากเท่านั้น (แม้ว่าลักษณะหางหงิกงอไม่ใช่มาตรฐานตากหลักของ CFA ก็ตาม)

แต่คนไทยจะเรียกแมวโคราชอีกชื่อว่า "แมวสีสวาด" (Si-Sawat cat) แต่คนไทยบางกลุ่มจะเรียกแมวโคราชว่า แมวผู้มีสีเหมือนดอกเลา (Dok Lao) จึงเรียกแมวสีดอกเลา โดยจะต้องมีขนเรียบ ที่โคนขนจะมีสีขุ่นๆ เทา ในขณะที่ส่วนปลายมีสีเงินเป็นประกายคล้ายหยดน้ำค้างบนใบบัว (dewdrops on the lotus leaf) หรือเหมือนคนผมหงอก

แมวโคราชได้ถูกนำไปเลี้ยงใน สหรัฐอเมริกาโดย Cedar Glen Cattery ในรัฐโอเรกอน โดยได้รับมาจากพี่น้องชื่อ นารา (Nara) และ ดารา(Dara) ในวันที่ 12 มิถุนายน ปีค.ศ.1959 (พ.ศ.2502) ประมาณเดือนมีนาคม ปีพ.ศ.2509
  • นักผสมพันธุ์แมวโคราชและแมวไทย (วิเชียรมาศ) ชาวรัฐแมรีแลนด์ ได้นำแมวโคราชประกวดในงานประจำปีและได้รับรางวัลชนะเลิศและเป็นที่รู้จัก

ในอดีตถือว่าเป็นแมวแห่งโชคลาภ นิยมใช้แมวที่มีตาสีเขียว ในพิธีแห่นางแมวขอฝน เชื่อกันว่าขนคล้ายสีของเมฆอันเป็นที่มาของฝน ซึ่งสร้างความอุดมสมบูรณ์แก่พื้นดิน ตาสีเขียวเปรียบเสมือน ความเขียวขจีของกล้าข้าว

แมวโคราชเป็นแมวขนาดกลาง ขนสีเทาออกเงินมันเป็นประกาย ศรีษะเป็นรูปหัวใจ หน้าผากใหญ่และลาด มีคางและกรามแข็งแรง หูตั้งสูงเด่น แสดงออกถึงอาการพร้อมอยู่เสมอ ดวงตาใหญ่เป็นประกาย

มาตรฐานสายพันธุ์

ลักษณะสีขน : ขนสั้น สีสวาด(silver blue) ทั่วทั้งตัวและเป็นสีสวาดตั้งแต่เกิดจนตาย
ลักษณะส่วนหัว : หัว เมื่อดูจากด้านหน้าจะเป็นรูปหัวใจ หน้าผากใหญ่และแบน หูตั้ง ในแมวผู้หน้าผากมีรอยหยักทำให้เป็นรูปหัวใจเด่นชัดมากขึ้น หูใหญ่ตั้ง ปลายหูมน โคนหูใหญ่ ผิวหนังบริเวณจมูกและริมฝีปากสีเงินหรือม่วงอ่อน
ลักษณะของนัยน์ตา : ดวงตาใหญ่เป็นประกาย สีของดวงตามี 2 ชนิด คือตาสีเขียว และตาสีเหลือง ขณะยังเล็กมีตาสีฟ้า เมื่อโตจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอำพัน หรือสีเขียวอมเหลืองเมื่อโตเต็มที่
ลักษณะของหาง : หางยาว ปลายแหลมชี้ตรง โคนหางใหญ่และค่อยๆ เล็กเรียวกลมไปจนสุดปลายหาง ขายาวเรียวได้สัดส่วนกับลำตัว

ลัำกษณะที่เป็นข้อด้อยของพันธุ์ : ขนยาวเกินไป มีสีอื่นปน นัยน์ตาสองข้างเป็นคนละสี หรือเป็นสีอื่น ตาเอียง จมูกหัก หูไม่ตั้ง หางสั้นมากเกินไป (เมื่อยืดขาหลังให้ขนานกับหาง ความยาวของหางสั้นกว่าขาเกิน 3 นิ้ว) หางขอด หางหงิกงอ หางสะดุด ปลายหางคด ดุเกินไป


lovelyfriends2u.เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง ได้แนะนำ "แมวโคราช" น้องเหมียวน่ารัก มีประวัติความเป็นมาโดยในอดีตถือว่าเป็นแมวโชคลาภ ตัวนี้นี่เองที่ใช้ทำพิธีแห่นางแมวขอฝน และก็มาตรฐานสายพันธุ์ดูให้ตรงนะค่ะ ความน่ารักของแมว ใครก็อยากเลี้ยง จริงมั้ยค่ะ


ผู้ติดตาม

-

free counters